คริสโตเฟอร์ รัสเซลล์ ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส หัวหน้าโครงการหนึ่งขององค์การบริหารการบินและอวกาศ สหรัฐฯ หรือนาซ่า เผยภาพของดาวเคราะห์น้อยเซเรส อันเป็นดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่ที่สุดที่โคจรอยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัส

ภาพนี้ถูกถ่ายไว้โดยยานอวกาศ Dawn ที่กำลังโคจรอยู่รอบๆดาวเคราะห์น้อยเซเรสที่ระยะห่าง 2,700 ไมล์เหนือพื้นผิว นาซ่าได้ภาพของวิดีโอที่ทำให้เราได้ทราบข้อมูลของโลกปริศนาเปลือกแข็งแห่งนี้

"สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเซเรสจะเป็นสิ่งใหม่แน่นอน เราเข้าใกล้และกำลังได้ข้อมูลที่ไม่รู้มาก่อน" ศาสตราจารย์รัสเซลล์ แห่งภาควิชาฟิสิกส์และดาวเคราะห์ หัวหน้าโครงการ Dawn เผย

Dawn มีภารกิจสำรวจดาวเซเรสเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปีเริ่มตั้งแต่ 6 มีนาคม โดยก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2011 ถึงกันยายน 2012 ยานได้สำรวจดาวเคราะห์น้อยเวสตา อันเป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีมวลมากที่สุดเป็นอันดับสองที่อยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัส

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่นักวิทยาศาสตร์พยายามศึกษาสภาพเริ่มต้นของระบบสุริยะของเราด้วยการศึกษาจากอุกกาบาตที่มาจากเวสตาที่ตกลงมาถึงโลก แต่ไม่เคยมีอุกกาบาตไหนที่มาจากเซเรสเลย ซึ่งบ่งบอกว่าดาวเคราะห์น้อยสองดวงนี้ไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น Dawn พบหลักฐานที่ชี้ว่าดาวเวสตาน่าจะมีน้ำ แต่ศาสตราจารย์รัสเซลล์ชี้ว่าเซเรสก็อาจจะมีน้ำปริมาณมหาศาลหรือเป็นน้ำแข็งอยู่ใต้พื้นผิวที่เป็นหินแข็ง

ศาสตราจารย์รัสเซลล์ชี้ว่า การมีอยู่ของน้ำมีผลกระทบต่อการผ่อนคลายของเปลือกดาวและภูเขาบนเซเรส และช่วยลดความสูงของภูมิประเทศเมื่อเทียบกับเวสตา และยังมีผลต่อแร่ธาตุบนพื้นผิวอีกด้วย ศาสตราจารย์รัสเซลล์ยังบอกอีกด้วยว่า เซเรสไม่เหมือนกับเวสตาตรงที่อาจจะมีบรรยากาศอ่อนๆหรือมีสิ่งมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ

Dawn ทะยานขึ้นสู่อวกาศจากแหล่มคานาเวรัล ฟลอริดา ตั้งแต่ปี 2007 นับเป็นยานอวกาศของนาซ่ายานแรกที่โคจรไปที่ดาวเคราะห์น้อยและยานแรกที่ไปโคจรรอบวัตถุท้องฟ้าสองดวงที่ไกลไปกว่าดวงจันทร์

นักวิทยาศาสตร์คาดว่า ภารกิจนี้จะทำให้ได้ข้อมูลรูปร่าง ขนาด ส่วนประกอบ โ๕รงสร้างภายใน พื้นผิว และพลวัติของอุณหภูมิบนดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ การค้นพบนี้จะทำให้เราเข้าใจสภาวะที่เซเรสและเวสตาก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา

Dawn มีเทคโนโลยีสุดล้ำของนาซ่าที่รู้จักในชื่อไอพ่นไอออนที่ทำให้ยานใช้เชื้อเพลิงได้มีประสิทธิภาพมากกว่าจรวดทั่วไปถึง 10 เท่า นอกจากนี้ยังมีกล้องความละเอียดสูงสองตัวที่สามารถทำแผนที่สเปกโตรมิเตอร์ในช่วงแสงที่มองเห็นได้และช่วงใกล้อินฟราเรดเพื่อตรวจหาแร่ธาตุบนพื้นผิวได้ นอกจากนี้ยังมีกล้องสเปกโครมิเตอร์ในช่วงรังสีแกมมาและนิวตรอนที่ใช้เพื่อตรวจสอบการมีอยู่ของแร่ธาตุบางอย่าง เช่นธาตุเหล็กและไฮโดรเจนในดิน

นาซ่าเผยว่าคาใช้จ่ายตั้งแต่การสร้างจนถึงปล่อยยานอวกาศตลอดจนดำเนินการ 10 ปีอยู่ที่ 472 ล้านเหรียญสหรัฐ ศาสตราจารย์รัสเซลล์ชี้ว่าภารกิจ Dawn มีความคุ้มทุนอย่างมากเมื่อเทียบกับการสำรวจอวกาศแบบอื่นๆ หากแยกสำรวจดาวเวสตาและเซเรสเป็นสองภารกิจก็อาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นสองเท่าได้

ศาสตราจารย์รัสเซลล์และทีมงานที่รับผิดชอบได้เริ่มวิเคราะห์และแปรผลที่มาจากยานอวกาศ และเผยแพร่ข้อมูลมาเรื่อยๆ และศาสตราจารย์รัสเซลล์ชี้ว่า "ทีมลินและทีมวิทยาศาสตร์ของ Dawn เป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ตัวยานอวกาศเองที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุด"

ชมวิดีโอ: https://www.youtube.com/watch?v=uSaLVAl-ObY

อ้างอิง: University of California - Los Angeles. (2015, June 11). Closest ever look at dwarf planet Ceres: First images from Dawn spacecraft produce 3-D model of 'mysterious' terrain. ScienceDaily. Retrieved June 13, 2015 from www.sciencedaily.com/releases/2015/06/150611161302.htm