ความเห็นเพิ่มเติมที่ 138 19 มี.ค. 2549 (07:12) CREED
Creeds and opinions are the result of chance and temperament.
หลักความเชื่อถือและความเห็นของมนุษย์เรา เป็นผลเนื่องมาจากโชคชะตาและนิสัยใจคอ
CRIME
The love is no crime.
การรักผู้อื่นหาใช่เป็นความชั่วไม่
A blunder is worse than a crime.
การทำผิดพลาดร้ายยิ่งกว่าการทำชั่ว
The punishment of crime is in the crime.
โทษของการทำความชั่วก็อยู่ในความชั่วนั่นเอง
One crime must be covered up by another.
การกระทำผิดกระทงหนึ่งนั้น จำเป็นจะต้องซ่อนเร้นด้วยความผิดอีกกระทงหนึ่ง
(ทำผิดอย่างหนึ่งแล้ว ต้องทำผิดอย่างอื่นเพื่อซ่อนความผิดเดิม)
Debt is the mother of crime.
หนี้สินเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดการทำความผิดทางอาชญา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 139 19 มี.ค. 2549 (07:13) CRIPPLE
He who lives with a cripple learns to limp.
ผู้ที่อยู่กับคนง่อย ก็กลายเป็นง่อย
CRITIC
Critics often condemn what they dont understand.
พวกนักวิจารณ์มักจะติเตียนสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ
To stop criticism one must die.
ถ้าจะไม่ให้มีคนสรรเสริญนินทา เราก็ต้องตาย (ตราบใดที่เรายังมีชีวิต ต้องมีคนนินทา)
Your severest critic is often your best friend.
ผู้ที่ว่ากล่าวท่านอย่างแรงที่สุดนั่นแหละ มักจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของท่าน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 140 19 มี.ค. 2549 (07:13) CROW
Honesty is as scarce as a white crow.
ความสุจริตหายากราวกับหากาขาว
CROWD
A crowd is not company.
ฝูงคนมากๆ นั้นไม่นับว่าเป็นเพื่อนเลย (ไปเที่ยวหรือคุยกันสองสามคนดีกว่าไปมากๆ)
CROWN
A virtuous woman is a crown to her husband.
ผู้หญิงดีเป็นศรีแก่สามี
Uneasy lies the head that wears the crown.
พระเศียรที่สวมมงกุฏนั้นนอนไม่สบาย (เป็นกษัตริย์ไม่มีความสุขใจ)
Mutual love is the crown of our bliss.
ความรักใคร่ซึ่งกันและกันเป็นยอดแห่งความสุขของเรา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 141 19 มี.ค. 2549 (07:14) CRUEL
A father is cruel only to be kind.
ผู้เป็นบิดามักจะดุร้ายเพราะใจกรุณา (ดุเพราะรัก)
CRY
Dont cry over spilt milk.
อย่าร้องไห้เสียดายนมที่หกไปแล้ว (ไม่ต้องโศกเศร้าในของที่เสียไปแล้ว)
He cries wolf once too often.
เขาร้องว่าหมาป่ามามากไปหนหนึ่ง (เลยไม่มีใครเชื่อ อย่างเด็กเลี้ยงแกะในนิทานอีสป)
CUNNING
Cunning surpasses strength.
ความไหวพริบชนะกำลัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 142 19 มี.ค. 2549 (07:14) CUP
There are many a slip between the cup and the lips.
ระหว่างยกถ้วยขึ้นสู่ริมฝีปาก ก็ยังมีพลาดพลั้งได้หลายครั้ง (ความพลาดพลั้งมีอยู่เสมอ)
CUPID
Cupid is a blind gunner.
กามเทพเป็นคนยิงปืนที่ตาบอด (ความรักไม่เลือกคน)
CURE
Precaution is better than cure.
กันดีกว่าแก้
What cant be cured must be endured.
สิ่งที่แก้ไม่ได้ก็ต้องทน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 143 19 มี.ค. 2549 (07:15) CURIOSITY
Curiosity kills the cat.
แมวตายเพราะความอยากรู้อยากเห็น (ชอบเที่ยวดมเที่ยวมอง)
Curiosity is often born of jealousy.
ความอยากรู้อยากเห็นนั้น มักจะเกิดจากความริษยา
CURSE
Curses usually come home to roost.
คำแช่งด่ามักกลับไปหาผู้แช่ง
CUSTOM
Custom is a tyrant.
ธรรมเนียมเป็นเครื่องกดขี่ (ถ้าถือธรรมเนียมจัดก็ทำอะไรไม่ได้ตามอำเภอใจ)
Custom is the guide of the ignorant.
ประเพณีเป็นแบบอย่างสำหรับคนโง่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 144 19 มี.ค. 2549 (07:17) ภาษิตในหมวดอักษร C จบเรียบร้อยแล้ว ไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 145 19 มี.ค. 2549 (18:36) ลองดูซิครับคุณแปลข้อความข้างล่างนี้ได้หรือเปล่า
His imprisoned friends were certain that they would hear from him or of him again.
Instead, they actually heard him, though this was some years later than they expected.
ผมว่าคุณสอ เล่นคำ hear from him, hear of him และ hear him ซะงงไปตามๆ กัน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 146 20 มี.ค. 2549 (12:42) hear from him = ได้รับการติดต่อจากเขา (โทรศัพท์ อีเมล์ จดหมาย แวะมาหา ก็รวมอยู่ในความหมายนี้)
hear of him = ได้ข่าวคราว หรือมีคนกล่าวถึง (แง่ดีหรือร้ายก็ได้) แต่ไม่ได้ติดต่อกันโดยตรง
heard him = ได้ยินเขา โดยมาใช้ในแง่ได้ยินเขาร้องเพลงหรือบรรยาย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 147 20 มี.ค. 2549 (15:44) คำตอบคุณศานติถูกต้องครับ
ในเรื่องที่ตัดมานี้ กลายเป็นว่าเขากลายเป็นโฆษกหรือดีเจวิทยุ
เพื่อนๆ จึงได้ยินเสียงเขาผ่านทางวิทยุ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 148 22 มี.ค. 2549 (23:20) gentleman & gentle man
gentleman คือ สุภาพบุรุษ เป็นคำเรียกผู้ชายทั่วไป ไม่ว่าจะสุภาพหรือไม่สุภาพ เช่นเดียวกับคำว่า lady เช่น
A gentleman must have chivalrous instincts, fine feelings, and good breeding.
สุภาพบุรุษจักต้องมีใจกล้าหาญ ไม่เห็นแก่ตัวในสันดาน มีความรู้สึกสูง และได้รับการอบรมที่ดี
gentle man (เขียนห่างกัน) หมายความว่า เป็นบุคคลที่อ่อนโยน เช่น
He is a gentle man by nature.
เขามีอุปนิสัยอ่อนโยน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 25 มี.ค. 2549 (11:00) ถาม: การเขียน diary เป็นภาษาอังกฤษ มีบางคนบอกว่าต้องใช้ present tense บางคนก็ว่า
ใช้ past tense ที่จริงแล้วควรใช้ tense อะไร
ตอบ: เอาเวลาที่เขียนเป็นเกณฑ์ เช่น คุณเขียนบันทึกตอน 21 นาฬิกา คุณอาจจะเขียนได้ว่า
I saw her this morning. she looked particularly pretty. Should I or should I not ask her?
Oh, dash, somebody is knocking at the door.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 25 มี.ค. 2549 (11:04) ถาม: present participle นำหน้าด้วย to มีที่ใช้ในภาษาอังกฤษหรือไม่ และใช้เป็น
subject หรือ object ของประโยคได้อย่างไร เช่น to saying หรือ to loving
ตอบ: ใช้เป็นกรรมของบุพบพ to ได้ เช่น
He prefers silence to saying nonsense.
He objects to loving members of his own sex.
to ในประโยคข้างบนนี้เป็นบุพบท ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ Infinitive
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 151 25 มี.ค. 2549 (11:12) ถาม: เมื่อใช้ Student's Edition ได้ ทำไมไม่ใช้ว่า Regular's Edition บ้าง
ตอบ: Student's Edition แปลว่า ฉบับของนักศึกษา จะใช้ว่า Students' Edition ก็ได้
ส่วน Regular Edition แปลว่า ฉบับธรรมดา คำว่า regular เป็นคุณศัพท์แล้ว ไม่ต้องมี 's
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 152 25 มี.ค. 2549 (11:18) ถาม: คำว่า dare กับ dare not ที่เป็นตัวอย่างในตำราว่า He dares กับ He dare not
สงสัยว่าทำไมในประโยคปฏิเสธ dare จึงไม่เติม s ทั้งๆ ที่มี subject เป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม
ตอบ: ทั้งสองประโยค จะเติม s หรือไม่เติมก็ได้ ทั้งนี้เพราะคำว่า dare ในสมัยก่อน
เป็น past tense เพิ่งเอามาใช้เป็น present tense ในสมัยปัจจุบัน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 153 25 มี.ค. 2549 (11:29) ถาม: I ใช้กับ is ได้ไหม
ตอบ: ไม่มีใช้แม้แต่ในภาษา Slang
แต่ถ้า I หมายถึงคำว่า "I" เช่นในตำราไวยากรณ์ ต้องใช้ is เช่น
"I" is always capitalized.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 25 มี.ค. 2549 (12:13) ถาม: ในประโยคที่ว่า Tell me if and when he comes. ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมต้อง
ใช้ทั้ง if และ when ด้วย มีความจำเป็นอย่างไรหรือใช้กันเล่นๆ
ตอบ: ส่วนมากใช้กับเล่นโก้ๆ แต่คำว่า if และ when มีที่ๆ จำเป็นต้องใช้อยู่เหมือนกัน
ประโยคที่ยกมานี้อธิบายได้ว่า
เขาจะมาหรือไม่มายังไม่แน่ แต่ถ้าเขามาละก็ขอให้บอกฉัน และถ้าเขามาวันนี้ อย่ามา
บอกเอาพรุ่งนี้ต้องบอกเมื่อเวลาเขามาทีเดียว
เท่าที่อธิบายมานี้ คุณคงจะเห็นว่า ใช้ if หรือ when เพียงคำเดียว จะไม่ได้ความ
ที่มุ่งหมายโดยบริบูรณ์ ดังนั้นจึงต้องใช้ทั้ง if และ when ควบกันไป
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 25 มี.ค. 2549 (12:17) ถาม: relative pronoun คำว่า which กับ that ซึงมีหน้าที่เป็น conjunction ตามที่ทราบ
which ใช้กับสัตว์ สิ่งของ
that ใช้กับคน สัตว์ สิ่งของ
ไม่ทราบว่าเมื่อไรจะใช้ that และเมื่อไรจะใช้ which
ตอบ: that ใช้บุพบทนำหน้าอย่าง of which, by which ไม่ได้ นอกนั้นใช้สลับกันได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 25 มี.ค. 2549 (12:29) ถาม: I have tried to deal with those difficulties which I find do actually
contront the experienced writer.
ประโยคนี้แปลว่าอะไร ทำไมจึงต้องมีกริยาซ้อนกันถึงสามตัว คือ find, do, confront
ตอบ: find เป็นกริยาของ I
do เป็นกริยานุเคราะห์ของ which ใช้เพื่อเน้น
confront เป็นกริยาสำคัญของ which ในอนุประโยคที่ขยาย difficulties
ประโยคนี้ถ้าเติมจุลภาคลงสองแห่งจะทำให้เข้าใจความหมายง่ายขึ้นมาก
I have tried to deal with those difficulties which, I find, do actually contront
the experienced writer.
และถ้าหากเอากริยาวิเศษณ์ actually ออกเสีย การกระจายประโยคจะง่ายขึ้นมาก
คำว่า do ในประโยคนี้ ไม่จำเป็น และไม่เปลี่ยนความหมายแต่อย่างใด นอกจาก
เป็นการเน้นเท่านั้น
ทั้งประโยคแปลว่า
ข้าพเจ้าได้พยายามที่จะกล่าวถึงความยากลำบาก ซึ่งข้าพเจ้าพบมาว่า เป็นความลำบาก
ที่นักเขียนผู้ช่ำชองต้องเผชิญอย่างจริงจัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 25 มี.ค. 2549 (12:33) ถาม: เรากล่าวกันว่า He went to school. แต่ทำไมจึงตัดคำว่า to ในประโยค He went home.
ตอบ: เพราะ school เป็นนาม แต่ home ในที่นี้เป็นกริยาวิเศษณ์ จึงไม่ต้องใช้บุพบท
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 158 25 มี.ค. 2549 (12:36) ถาม: You let him go. ทำไมจึงไม่ใช้ You let him went.
ตอบ: เพราะ go ไม่ใช่ predicate แต่เป็น infinitive
หลังคำว่า let จะเป็น infinitive ที่ไม่ต้องมี to
คำว่า go ในที่นี้เป็น complement ของกริยา let
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 159 25 มี.ค. 2549 (12:40) ถาม: The U.S.A. is beginning to look East.
U.S.A. ในประโยคนี้ ย่อจากคำว่า United States of America
แต่ States เป็นพหูพจน์ ทำไมจึงใช้กริยา is
ตอบ: คำว่า United States of America เมื่อหมายถึงประเทศต้องเป็น
เอกพจน์ เช่นเดียวกับ Britain หรือ Thailand
แต่ถ้าหมายถึงมลรัฐต่างๆ ต้องเป็นพหูพจน์ ดังเช่น
The United States of America have their own legislatures.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 25 มี.ค. 2549 (14:43) ถาม: I see a dog run. คำว่า run เพราะเหตุใดจึงไม่เติม s ทั้งที่ dog เป็นเอกพจน์
ตอบ: คำว่า run ในที่นี้ไม่ใช่กริยาสำคัญ แต่เป็น Infinitive ซึ่งละคำว่า to
Infinitive ที่ใช้ในทำนองนี้เป็น complement ของกรรม
จำไว้ว่าถ้าคุณเห็นประโยคทำนองต่อไปนี้ อย่าเติม s
I hear him go.
They made her wonder.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 25 มี.ค. 2549 (14:55) ถาม: ทำไมจึงเขียนว่า Not a word did he say. ในเมื่อประโยคนี้ไม่เป็นคำถาม
ตอบ: การกลับเอากริยาและกรรมขึ้นหน้าประโยค เช่นนี้ เรียกว่า Inversion
มีที่ใช้ต่างๆ กัน ดังนี้
1. คำถาม Is he hear?
2. อุทาน
How dreadful is this place!
บ้านนี้น่ากลัวจริงๆ
3. เงื่อนไข
Were I the Prime Minister, I would not have done that.
ถ้าข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรี ข้าพเจ้าคงไม่ทำเช่นนั้น
4. เพื่อเน้นกริยา เช่น
There is a man.
There came a stranger.
Among the quests were Nai Dang and Nai Dum.
5. เมื่อเชื่อมความกับประโยคก่อน เช่น
On this depends our hope. นี่แหละคือที่พึ่งแห่งความหวังของเรา
Next comes the question of pay. ต่อไปคือปัญหาเรื่องค่าจ้าง
6. เพื่อแสดงให้ผู้อ่านรู้เรื่องแต่แรก เช่น
By strategy is meant something wider than tactics.
คำว่ายุทธศาสตร์หมายถึงสิ่งที่กว้างกว่ายุทธวิธี
7. เพื่อให้รู้ว่าเป็นประโยคปฏิเสธ
Never was a decision more harmful.
ไม่เคยมีการวินิจฉัยครั้งใดเป็นอันตรายยิ่งกว่านี้
8. การสลับประธาน กริยา และกรรมในโคลงฉันท์ เพื่อให้ถูกกฏเกณฑ์ในการแต่งมักมีบ่อยๆ
คนไทยที่เขียนภาษาอังกฤษไม่คล่อง มักไม่รู้จักใช้ Inversion
คนอังกฤษที่เขียนภาษาอังกฤษไม่ดี มักใช้ Inversion ในที่ที่ไม่จำเป็น
เพราะฉะนั้น จะถือกฏเกณฑ์แน่นหนานักไม่ได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 25 มี.ค. 2549 (14:59) ถาม: ประโยคเงื่อนไขบางครั้งก็เป็น Indicative mood เช่น If he comes, I shall go.
บางครั้งก็เป็น Subjuctive mood เช่น If I were he, I would not come.
ไม่ทราบว่ามันต่างกันอย่างไร
ตอบ: If he comes, I shall go. เป็นเงื่อนไขธรรมดา ซึ่งอาจเป็นไปได้
If I were he, I would not come. ไม่อาจเป็นไปได้ เพราะฉันเป็นเขาไม่ได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 25 มี.ค. 2549 (15:05) ถาม: Subjuctive mood มีความจำเป็นอย่างไร
ตอบ: Subjuctive mood จำเป็นในการพูดหรือเขียน เมื่อต้องการสมมติสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เช่น
If I were he, I would have run away.
ถ้าผมเป็นเขา ผมคงวิ่งหนี
แต่ผมจะเป็นเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้น จะพูดหรือเขียนอย่างประโยคบอกเล่าธรรมดาไม่ได้
บางครั้งเราใช้ Subjuctive mood เพื่อแสดงมารยาท เช่น
I would be much obliged, if you would settle the bill.
สมมติว่าถ้าคุณจะชำระหนี้เสียสักที ผมก็คงจะเป็นหนี้บุญคุณคุณเป็นอันมาก
หากเขียนว่า I shall be much obliged, if you will settle the bill.
ก็คงได้ความเท่ากัน แต่เป็นภาษาที่กระด้างไป
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 25 มี.ค. 2549 (15:17) ถาม: ขอถามวลีที่ใช้อยู่เสมอๆ
1. อย่ายุ่งนะ (เสียงดุของภรรยา เมื่อสามีง้อ)
2. ไอ้หมอนั่น ไม่ถูกชะตาอั้วเลย
ตอบ:
1. Don't annoy me.
2. Somehow, I don't like that chap.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 165 25 มี.ค. 2549 (15:20) ถาม: คำพูดเหล่านี้ ภาษาอังกฤษใช้อย่างไร
1. ผมไม่ใช่ศาสดานี่ (จะได้ตอบได้ทุกอย่าง)
2. งั้นเหรอ
ตอบ:
1. I am not a walking encyclopedia.
2. Is that so? หรือ Ah, I see. หรือ Sez you.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 166 25 มี.ค. 2549 (15:21) ถาม: ไปกินลม ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร
ตอบ: go out for a little air
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 167 25 มี.ค. 2549 (15:23) ถาม: suit for the tee แปลว่าอะไร
ตอบ: It suits him to a T. แปลว่า มันเหมาะเจาะกับเขาพอดี
(ราวกับวัดด้วยไม้ฉากหรือไม้ที)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 25 มี.ค. 2549 (15:28) ถาม: กรุณาแปลประโยคที่ว่า
ดูซิ ไอ้หมอนั่น มันเบ่งเหลือเกิน ทำเป็นวัวลืมตีนไปได้
ตอบ: See, that chap is extremely swelled-headed.
He is like an ox forgets its hooves.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 25 มี.ค. 2549 (15:29) ถาม: คำว่า รู้อย่างงูๆ ปลาๆ ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร
ตอบ: แปลตรงๆ ไม่มี แต่พูดให้ได้ความเดียวกันนั้นได้หลายอย่าง
My knowledge of English is vague.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 170 25 มี.ค. 2549 (15:31) ถาม: ขอให้ช่วยแปลประโยคนี้
ความรู้ภาษาฝรั่งเศสของผมไม่กระดิกหูเลย
ตอบ: คำแปลตรงๆ คงไม่มี ได้แต่แปลเอาความ
My knowledge of French is less than nothing.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 25 มี.ค. 2549 (15:39) ถาม: กรุณาแปลประโยคต่อไปนี้ให้ผมด้วย
1. เขาถูกไฟไหม้บ้านจนสิ้นเนื้อประดาตัว
2. เขาโต้ตอบไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ
3. ถ้าคุณซื้อหุ้นเหล่านี้ คุณจะเสียหายย่อยยับ
4. เธอคลอดบุตรเป็นชาย
ตอบ:
1. He is burnt out of house and home.
2. He gave as good as he got.
3. If you buy these shares you will burn your fingers badly.
4. She was brought to bed of a son.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 25 มี.ค. 2549 (15:43) ถาม: แปลประโยคเหล่านี้ให้ด้วย
1. ประเดี๋ยวผมจะมาพบคุณ
2. ฉันซื้อเพชรเม็ดนี้ ด้วยราคาขี้ประติ๋ว
3. ผมไม่มีนิสัยเช่นนั้น
ตอบ:
1. I shall see you by and by.
2. I bought this diamond for a mere song.
3. I am not built that way.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 25 มี.ค. 2549 (15:45) ถาม: ประโยคเหล่านี้ จะแปลอย่างไรดี
1. เธอปลอกลอก (สูบเลือด) เขาจนหมดตัว
2. อย่ามาดูถูกฉันนะ
ตอบ:
1. She bled him white.
2. Don't bite the thumb at me.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 25 มี.ค. 2549 (15:47) ถาม: เราต้องย่ำต๊อก เพราะไม่มีเงิน แปลเป็นภาษาอังกฤษว่ายังไง
ตอบ: Since we have no money, we had to beat the hoof.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 1 เม.ย. 2549 (19:58) ถาม: ผมสงสัยคำในประโยคเหล่านี้ ช่วยอธิบายให้ด้วย
1. A convey of partridges flew right overhead.
2. The hunter suddenly came upon a pride of six lions.
3. A shoal of herrings may number millions
ตอบ:
1. convey ฝูงนก, partridges คล้ายนกกะทา
2. pride ฝูงสิงห์โต
3. shoal หรือ school ฝูงปลา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 1 เม.ย. 2549 (20:01) ถาม: ผมสงสัยคำในประโยคเหล่านี้
1. As I am writing this lesson a deluge of rain is falling.
2. A dining room-suite
3. Quicksand marriage
ตอบ:
1. deluge ฝนห่าใหญ่
2. suite (ซวีท) เครื่องแต่งหัองรับประทานอาหาร
3. การสมรสซึ่งไม่แน่นอนเหมือนทรายไหล
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 177 2 เม.ย. 2549 (14:16) ถาม: กรุณาอธิบายคำเกี่ยวกับลัทธิศาสนาต่อไปนี้ด้วยครับ
1. His practice is idolatry.
2. He professes animism or atheism.
3. His belief is paganism or heathenism.
ตอบ:
1. idolatry การกราบไหว้ตุ๊กตา
2. animism ลัทธิว่าทุกสิ่งมีวิญญาณ, atheism ลัทธิว่าไม่มีพระผู้เป็นเจ้า
3. paganism or heathenism การไม่นับถือพระผู้เป็นเจ้า ความเป็นคนนอกศาสนาคริสต์
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 178 3 เม.ย. 2549 (08:55) No. 175, question 1, should read:
A
covey of partridges flew right overhead.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 179 3 เม.ย. 2549 (09:09) No. 174 ขอท้วงหน่อย
ถาม: เราต้องย่ำต๊อก เพราะไม่มีเงิน แปลเป็นภาษาอังกฤษว่ายังไง
ตอบ: Since we have no money, we had to beat the hoof.
Tense ไม่เข้ากัน ช่วงแรกเป็นกาลปัจจุบันแต่ช่วงหลังเป็นอดีต อีกอย่างที่ข้องใจคือคำ beat the hoof เคยได้ยินแต่ hoof it
ใจผมอยากใช้ Since we
had no money, we
had to hoof it. หรือ Since we
have no money, we
have to hoof it. หรือ Since we
have no money, we
will have to hoof it.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 180 3 เม.ย. 2549 (09:29) วันนี้เข้ามายุ่งสองทีแล้ว ขอยุ่งอีกหน จะได้ครบสาม
ข้อ ๑๕๙
ถาม: The U.S.A. is beginning to look East.
U.S.A. ในประโยคนี้ ย่อจากคำว่า United States of America
แต่ States เป็นพหูพจน์ ทำไมจึงใช้กริยา is
ตอบ: คำว่า United States of America เมื่อหมายถึงประเทศต้องเป็น
เอกพจน์ เช่นเดียวกับ Britain หรือ Thailand
แต่ถ้าหมายถึงมลรัฐต่างๆ ต้องเป็นพหูพจน์ ดังเช่น
The
United States of America have their own legislatures.
ผมคิดว่า คำ united กับ states ไม่ควรใช้ตัวใหญ่ (capitalize) เพราะในกรณีนี้หมายถึงรัฐต่างๆในอเมริกาที่รวมกัน ไม่ได้หมายถึงสหรัฐอเมริกา ควรจะเป็น The
united states of America have there own legislature หรือ The individual states of America have there own legislature. หรือ The states of America that are united have there own legislature.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 181 3 เม.ย. 2549 (11:16) ขอบคุณความเห็นคุณศานติมากครับ น้อมรับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 182 3 เม.ย. 2549 (23:24) คำพูดของ Abraham Lincoln 10 ข้อ เพื่อเป็นหลักประจำใจ
1. You cannot bring about prosperity by discouraging thrift.
ท่านจะก่อความมั่งคั่งสมบูรณ์ โดยห้ามการกระเหม็ดกระแหม่หาได้ไม่
2. You cannot strengthen the weak by weakening the strong.
ท่านจะทำให้คนอ่อนแอแข็งแรงโดยทำให้คนแข็งแรงอ่อนแอลงไม่ได้
3. You cannot help strong men by tearing down big men.
ท่านจะช่วยคนแข็งแรงโดยทำลายคนใหญ่คนโตไม่ได้
4. You cannot help the wage earner by pulling down the wage payer.
ท่านจะช่วยลูกจ้างโดยทำลายนายจ้ายไม่ได้
5. You cannot further the brotherhood of man by encouraging class hatred.
ท่านจะส่งเสริมภราดรภาพแห่งมนุษย์ โดยส่งเสริมให้เกิดความเกลียดชังระหว่างคนต่างชั้นหาได้ไม่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 183 3 เม.ย. 2549 (23:31) คำพูดของ Abraham Lincoln 10 ข้อ เพื่อเป็นหลักประจำใจ
6. You cannot help the poor by destroying the rich.
ท่านจะช่วยคนจน โดยสังหารคนมั่งมีไม่ได้
7. You cannot establish sound security on borrowed money.
ท่านจะก่อให้เกิดความมั่นคง โดยใช้เงินยืมไม่ได้
8. You cannot keep out of trouble by spending more than you earn.
ท่านจะพ้นความยุ่งยาก โดยการจ่ายมากกว่ารายได้นั้นไม่สำเร็จ
9. You cannot build character and courage by taking away man's initiative and independence.
ท่านจะสร้างอุปนิสัยและความกล้าหาญ โดยสังหารความคิดใหม่และความอิสระของมนุษย์นั้นไม่ได้
10. You cannot help men permanently by doing for them what they could and should do for themselves.
ท่านจะช่วยคนเป็นการยั่งยืน โดยกระทำสิ่งที่เขาอาจกระทำด้วยตนเองได้นั้นหาได้ไม่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 184 3 เม.ย. 2549 (23:35) ถาม: ผมไม่เข้าใจสำนวนนี้เลย ไม่ทราบจะแปลอย่างไร
The fault, dear Brutus, is not in our stars, but in ourselves,
that we are underlings.
ตอบ: บรูทัสที่รัก ความผิดนั้นมิได้อยู่ที่พรหมลิขิตของเรา แต่อยู่ในตัวเราเอง
คือเราเป็นแต่เพียงผู้สนองคำสั่งเท่านั้น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 185 3 เม.ย. 2549 (23:36) ถาม: sense of humour แปลว่าอะไรครับ
ตอบ: อารมณ์ขัน, นิสัยชอบตลก, ความขบขันในสันดาน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 186 3 เม.ย. 2549 (23:39) ถาม: ช่วยแปลประโยคเหล่านี้ให้ด้วยครับ
Twenty-four hours too much, I should say, for it looks a one-eyed place.
ตอบ: เวลายี่สิบสี่ชั่วโมงออกจะมากเกินไป เพราะเป็นเมืองเล็กดูครั้งเดียวก็หมด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 187 11 เม.ย. 2549 (13:01) ถาม: ช่วยแปลประโยคเหล่านี้ให้ด้วย
1. What cannot be eschewed must be embraced.
2. I never use a big, big D.
3. Foes become friends in face of danger.
ตอบ:
1. สิ่งที่จะกล้ำกลินไม่ได้ จะต้องอ้าแขนรับไว้
2. ผมไม่เคยใช้คำผรุสวาท (คำสบถ)
3. เวลาเผชิญอันตราย ศัตรูก็กลายเป็นเพื่อนกันไป
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 188 11 เม.ย. 2549 (13:04) ถาม: ประโยคต่อไปนี้แปลว่าอะไร
1. Honest man fears neither the light nor the dark.
2. Who would win the daughter must begin with the mother.
3. Dead men tell no tales.
ตอบ:
1. คนที่ซื่อสัตย์ย่อมไม่กลัวทั้งแสงสว่างหรือความมืด
2. จะเกี้ยวลูกสาวต้องตั้งต้นกับแม่ยาย
3. คนตายแล้วไม่สามารถจะเล่าเรื่องให้ใครฟังได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 189 11 เม.ย. 2549 (13:07) ถาม: ขอให้ช่วยแปลให้อาตมาด้วย
1. Death makes equal the high and low.
2. Debt is the mother of folly and crime.
3. Foul deeds will rise.
4. A delay of justice is an injustice.
ตอบ:
1. ความตายทำให้คนสูงและคนต่ำเท่ากันหมด
2. หนี้สินเป็นบ่อเกิดแห่งความประพฤติอันโง่เขลาและการกระทำผิดทางอาญา
3. การกระทำชั่วจะต้องโผล่ขึ้นมา
4. การรอไม่ให้ความยุติธรรมต้องถือว่าเป็นความอยุติธรรม
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 190 11 เม.ย. 2549 (13:11) ถาม: ช่วยแปลข้อความนี้ด้วย
1. The best defence is offence.
2. Better be denied than deceived.
3. Despair gives courage to a coward.
4. You must give the devil his due.
5. Who never makes mistakes never makes discovery.
ตอบ: ถ้อยคำเหล่านี้เรียกว่า quotation คือถ้อยคำที่พูดกันจนกระทั่งรู้แพร่หลาย
1. การรับที่ดีที่สุดก็คือการรุก
2. ถูกบอกปัดยังดีกว่าถูกโกหก
3. ความหมดหวัง ทำให้คนขี้ขลาดมีความกล้า
4. แม้ปีศาจร้าย ท่านก็ควรให้ความยุติธรรมแก่มัน
5. ใครที่ไม่เคยทำอะไรผิด ก็ไม่เคยพบความจริงอะไร
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 191 11 เม.ย. 2549 (13:14) ถาม: อาจารย์กรุณาช่วยแปลประโยคต่อไปนี้ให้ผมด้วย
1. The swallow is regarded in the West as the harbinger of summer.
2. You are too gay to be happy, while he is too happy to be glad.
3. Nirvana is a state of supreme happiness.
ตอบ:
1. นกนางแอ่งนั้นในตะวันตกถือกันว่าเป็นผู้นำมาซึ่งฤดูร้อน
2. คุณร่าเริงเกินกว่าที่จะเป็นสุข ส่วนเขาเป็นสุขเกินกว่าที่จะยินดี
3. นิพพานคือสุคติภาพสูงสุด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 192 22 เม.ย. 2549 (09:07) ถาม: เท่าที่ผมทราบ essay แปลว่าบทความ แต่ใจประโยคว่า
You are essaying a difficult task. นั้น essay แปลว่าอะไร
ตอบ: essay เป็นนาม แปลว่า บทความ
essay เป็นกริยา แปลว่า ทดลอง, พยายาม
ในประโยคนี้แปลว่า ท่านกำลังพยายามทำงานที่ยาก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 193 22 เม.ย. 2549 (09:10) ถาม: ประโยคว่า She is a real daughter of Eve. หมายความว่ากระไร
ผมแปลตามตัวได้ความว่า หล่อนเป็นบุตรสาวอันแท้จริงของอีฟ แม้กระนั้นก็ยังไม่เข้าใจ
ขออาจารย์ช่วยอธิบายให้ผมด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง
ตอบ: She is a real daughter of Eve. หล่อนเป็นบุตรสาวอันแท้จริงของอีฟ
หมายความว่า มีนิสัยเป็นผู้หญิงจริงๆ คือ อยากรู้อยากเห็น มีมารยา และใจคอไม่แน่นอน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 194 22 เม.ย. 2549 (09:13) ถาม: กรุณาช่วยแปลประโยคต่อไปนี้ให้ด้วย
1. He lives in an out-of-the way place.
2. The reward of a good deed is to have done it.
3. It pierces him to the quick.
4. The sight is refreshing to the eye.
ตอบ:
1. เขาอยู่ตำบลไกล
2. รางวังของการทำความดี ก็คือการได้กระทำความดีนั้น (ไม่ต้องหวังสิ่งตอบแทน)
3. มันแทงเขาเข้าไปจนถึงเนื้อ (ทำให้เจ็บใจนัก)
4. ภาพนั้นชื่นตา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 195 22 เม.ย. 2549 (09:16) ถาม: ประโยคสองประโยคนี้ ผมแปลได้แล้วก็ไม่เข้าใจว่า มันมีความหมายอย่างไร
1. He acted with an iron hand in a velvet glove.
2. He took the bull by the horns.
ตอบ:
1. เขาปฏิบัติการด้วยมือเหล็กภายในถุงมือกำมะหยี่
--- หมายความว่า เขาทำไปอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด
2. เขาจับวัวที่เขา
--- คือ ทำการอย่างเด็ดเดี่ยว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 197 9 มิ.ย. 2549 (13:52) อยากทราบสำนวนที่ว่า
1.อย่าเชื่อคนง่าย
2.อย่าดูคนแต่ภายนอก
3.คุ่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน
4.พรหมลิขิตบันดาลชักพา
5.อย่าsexก่อนแต่งงาน
Pocky (IP:58.136.219.138,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 198 24 มิ.ย. 2549 (09:10) After same times . . . .when i tryed to tell you that's "will be BUSY" and cant chat....so you'll be MAD and can't understand what i mean , so now i will wait and think very deep about that situation if is meaningful to continue like that....or not, beccause i will travel and be very busy all the time in the future and i have not patience to listen something like that. I can't say to my people as are dependent of me. . . like a " sorry i can't help you because i'll chat with my girlfriend " !
So let me think about that.
รบกวนช่วยแปลให้ด้วยค่ะ ว่ามันเป็นเมลล์ที่บ่งบอกถึงการขอเลิกกันหรือเปล่า
Champoowarach_6@hotmail.com (IP:202.44.70.54,192.168.201.179, 192.168.201.179,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 199 27 มิ.ย. 2549 (11:27) อยากทราบว่า understandin'' , listenin'' , writin'' หรือ ''gainst ทำไมบางทีอ่านบทความบางอย่างแล้วเขาเขียนคำunderstaning แล้วต้องละ gด้วย
สา (IP:202.44.135.35,172.27.50.162, unknown,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 200 28 มิ.ย. 2549 (22:38) ข้อ ๑๙๙ ที่ถามมาทั้ง ๔ คำ ที่ถูกต้องมีตัว g ทุกคำ ต้องเป็น understanding, listening, writing, against ที่คุณยกตัวอย่างมาเป็นเป็นการเขียนแสดงการพูด โดยมาใช้ apostrophe - ' แทนตัว g (ไม่ใช่ quotation mark - ") เช่น He said, "I am 'gainst smoking." หรือ She said, "I'm listenin' to you." ทั้งหมดนี้ใช้เครื่องหมาย ' แทนตัวอักษรเพื่อแสดงสำเนียงพูด (แทนตัว a หรือตัว g) ที่ไม่ได้ออกเสียงพยัญชนะชัด โดยมากใช้เวลาจะแสดงการพูดของคนที่ไม่ค่อยมีการศึกษาหรือพูดกันอย่างกันเองมาก จะไม่พบที่เขาใช้ The Prime Minister said, "I am 'gainst paying taxes." นอกเสียจากว่าจงใจจะแสดงว่าผู้พูดด้อยการศึกษา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 201 28 มิ.ย. 2549 (22:49) ข้อ ๑๙๘ เป็นการต่อว่ากันมากกว่าเป็นการบอกเลิก แต่ก็ค่อนข้างจะรุนแรง แปลลำบากหน่อยเพราะภาษาอังกฤษค่อนข้างจะกระท่อนกระแท่น
ในขณะเดียวกัน เวลาฉันบอกว่าจะไม่ว่างคุยไม่ได้ เธอก็จะโกรธไม่เข้าใจที่ฉันพูด ตั้งแต่นี้ไปฉันจะรอคิดว่าควรจะยังติดต่อกันหรือไม่ เพราะจะต้องเดินทางและยุ่งกับงานไม่มีเวลาที่จะมานั่งฟังแบบนี้ ไม่สามารถที่จะพูดกับคนที่ต้องพึ่งฉันอยู่ว่า "ขอโทษ ผมช่วยคุณไม่ได้เพราะกำลังคุยกับแฟนอยู่"
จะต้องใช้เวลาคิดดูก่อน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 203 29 ส.ค. 2549 (10:53) ทุกสิ่งเป็นไปได้ เริ่มต้นที่ความคิด
แปลเป็นภาษาอังกฟษว่าอย่างไรครับ
JJ (IP:202.29.39.12,10.0.0.112,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 204 30 ส.ค. 2549 (07:33) เพิ่งมาเห็นคำถาม ๒๐๒ ที่ว่า blogger คืออะไร
blogging มาจากคำว่า web logging คำว่า logging หมายถึงการเขียนลงใน log หรือจดหมายเหตุ หรือ diary ที่บันทึกไว้ว่าแต่ละวันทำอะไรบ้าง
มีกิจการให้ผู้เช่า web เปิด blog ได้ ส่วนใหญ่เปิดให้ใครก็ได้เข้ามาอ่าน บางทีต้องเป็นสมาชิกบางทีไม่ต้อง blog site บางแห่งหวังผลประโยชน์ทางการเมือง บางแห่งเจ้าของใช้เป็น diary เขียนความเห็นความรู้สึกของตนเองเพราะอยากให้คนอื่นรู้ บางแห่งใช้เป็นที่แถลงข่าว หรือใช้เป็นที่แก้ข่าวเช่นเห็นว่าหนังสือพิมพ์เขียนเรื่องที่ไม่เป็นความจริงก็พยายามแก้ บางแห่งใช้เป็นการกลั่นแกล้ง
การใช้ blog ต้องระวังอย่างมาก ไม่เขียนอะไรที่ไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ บางคนลงเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ อายุ โรงเรียน ชื่อเพื่อนๆ ชื่อพ่อแม่ อาชีพพ่อแม่ รูปบ้าน รูปตัวเอง ชื่อแฟน ทะเลาะกับแฟนก็เขียนไว้ เปิดให้คนร้ายถือโอกาสทำร้าย ดักตัวไปเลียกค่าไถ่ ฯลฯ คนเรานี่ก็แปลก ของบางอย่างที่โดยปกติแล้วไม่พูดคุยให้ใครฟัง แต่พอมี blog ก็เขียนยังกับว่าเป็นบันทึกส่วนตัวที่ไม่มีคนอ่านได้ ลืมไปว่าคนทั่วโลกอ่านได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 205 30 ส.ค. 2549 (08:44) ข้อ ๒๐๓
ทุกสิ่งเป็นไปได้ เริ่มต้นที่ความคิด
แปลเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไรครับ
Everything is possible. Begin by thinking about it.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 206 7 ก.ย. 2549 (12:46) หาปลาให้กิน 1 ตัว กินได้ 1 วัน
สอนวิธีหาปลาให้ กินได้ตลอดชีวิต
- - -
แปลเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไรครับ
LER (IP:202.29.39.12,10.0.0.160,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 207 30 ก.ย. 2549 (15:25) a lift witout freands is a lift witout _______
ใช้ sun หรือ light ดีครับ
JJ (IP:202.29.39.12,10.0.0.124,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 208 13 พ.ย. 2549 (17:01) acadimy fantasia แปลว่าอะไรคะ
คำพูดที่ว่า อาหาร organic คืออาหารชีวจิตใช่ไหม
และ"South Korean's ambassador to the US has said officials from
Japan,south Korea and the United State suld meet next week..."แปลว่าอะไรคะ
สา (IP:202.44.135.35,172.27.60.156, unknown,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 209 14 พ.ย. 2549 (08:30) ข้อ ๒๐๗
a lift witout freands is a lift witout _______
ควรจะเป็น A life without friends is a life without sunlight.
คำขึ้นต้นประโยคต้องใช้ตัวใหญ่
life แปลว่าชีวิต ส่วน lift แปลว่ายก
friends ไม่ใช่ freands
จะใช้ sun หรือ light ก็ได้แต่รวมกันเพราะกว่า เพราะแปลว่าแสงอาทิตย์ แทนที่จะเป็นแสง หรือ อาทิตย์อย่างเดียว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 210 14 พ.ย. 2549 (08:46) ข้อ ๒๐๘
acadimy fantasia แปลว่าอะไรคะ > ไม่ทราบความหมาย รู้แต่ว่าคงพิมพ์ผิด (academic หรือ academy แต่ไม่ใช่ acadimy) fantasia หรือ fantasy แน่ ถ้า academic fantasy คงหมายความว่าความเพิ้อฝันในด้านการศึกษา แต่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
คำพูดที่ว่า อาหาร organic คืออาหารชีวจิตใช่ไหม > ไม่ทราบศัพท์ไทย แต่แปลว่าอาหารที่ทำจากพืชหรือสัตว์ที่ปลูกหรือเลี้ยงโดยวิธีธรรมชาติ ไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ได้ให้สัตวกินยาช่วยโต ไม่ได้ใช้ยากำจัดศัตรูพืชยกเว้นยาที่ทำจากพืช เป็นต้น
"South Korean's Ambassador to the US has said officials from Japan, South Korea and the United States should meet next week..." > ขอให้สังเกตุว่าแก้สะกดให้ แปลว่า เอกอัคราชทูตเกาหลีใต้ประจำสหรัฐฯกล่าวว่า เจ้าหน้าที่จากประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ สหรัฐฯ ควรจะประชุม(หรือพบปะ)กันอาทิตย์หน้า
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 211 15 พ.ย. 2549 (05:16) academic fantasia เป็นรายการประกวดที่กำลังบ้าคลั่งในไทย
เป็นพวก Reality Show ที่ดึงวัยรุ่นให้หมกมุ่นกับการประกวด
แทนที่จะสนใจศึกษาเล่าเรียน ...
ขอชื่นชมคุณศานติมากครับ ที่ให้ความรู้ภาษาอังกฤษกับเราทุกคน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 212 15 พ.ย. 2549 (10:31) ข้อ ๒๐๖ เพิ่งมาเห็น ขอโทษด้วย
หาปลาให้กิน 1 ตัว กินได้ 1 วัน
สอนวิธีหาปลาให้ กินได้ตลอดชีวิต
- - -
Give a man a fish and he can eat for a day. Teach a man to fish and he can eat for the rest of his life.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 213 20 พ.ย. 2549 (10:47) ข้อ ๒๐๖
ขอบคุณมากครับ ผมเข้ามาดู เกือบทุกวันเลย แต่ไม่เป็นไรครับ
เพื่อความรู้ รอได้ครับ ขอบคุณจากใจจริงๆ ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 214 29 ธ.ค. 2549 (11:50) อยากทราบว่าข้อความนี้แปลว่าอะไรคะ เพราะกำลังแปลเรื่องสั้นเรื่องBy-and-By อยู่ค่ะ
Mrs. Warburg and I had an interstate, telephonic rum-and-Coke party twice a week the summer Anne was missing. Mrs. Warburg told me about their problems with the house: They had some roof mold and a crack in the foundation, and Mr.WARBURG WAS NOT HANDY.
และ play pin-the-lei-on-the-donkey คือการเล่นอะไรคะ
She got him confused with her 3 o'clock แปลว่าอะไรคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 215 16 ก.พ. 2550 (17:53) อยากทราบว่าบอกว่าขอให้เธอมีความสุขในวันวาเลนไทน์และสมหวังในความรักจะพูดว่าอย่างไรคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 218 14 มี.ค. 2550 (22:55) Give a man a fish and he can eat for a day. Teach a man to fish and he can eat for the rest of his life.
เอ่อจารย์ฮะ ผมไม่เข้าจายเลยว่า ทะม่ายไม่ช่าย To teach a man หรือ teaching a man ครับ
ถ้าถามประการใดแบบดง่เขล่า ขออภัยครับ ผมแค่เดก มัธยมเอง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 219 16 มี.ค. 2550 (21:53) อืม..แต่ละสำนวนมาปรับใช้ประจำไว้ได้เลยนะเนี่ย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 222 23 มี.ค. 2550 (18:01) ขอเสริม
ข้อ ๑๙๙ ที่ถามมาทั้ง ๔ คำ ที่ถูกต้องมีตัว g ทุกคำ ต้องเป็น understanding, listening, writing, against ที่คุณยกตัวอย่างมาเป็นเป็นการเขียนแสดงการพูด โดยมาใช้ apostrophe - ' แทนตัว g (ไม่ใช่ quotation mark - ") เช่น He said, "I am 'gainst smoking." หรือ She said, "I'm listenin' to you." ทั้งหมดนี้ใช้เครื่องหมาย ' แทนตัวอักษรเพื่อแสดงสำเนียงพูด (แทนตัว a หรือตัว g) ที่ไม่ได้ออกเสียงพยัญชนะชัด โดยมากใช้ในการร้องเพลง ลองดูเนื้อร้องของพวกเขาดูแล้วจะรู้ หรือให้ดี ลองฟังด้วยยิ่งดีใหญ่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 223 11 มิ.ย. 2550 (16:43) แปลภาษาอังกฤษเช่น ไทย แปลว่า ไทยเลน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 224 30 มิ.ย. 2550 (10:48) อยากรู้เกี่ยวกับหลักการใช้ There is There are และ Some Any ค่ะ พร้อมตัวอย่างค่ะ
w_ramita@hotmail.com (IP:203.113.57.71)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 225 25 ต.ค. 2550 (18:46) ถ้าถามว่าพี่น้องมีกี่คนตอบว่าอะไร
hot@com (IP:125.27.235.156)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 226 24 ม.ค. 2551 (11:46) การรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนภาษาอังกฤษเขียนยังไงคะ
ศศิวรรณ/sasiwan387@hotmail.com (IP:203.113.107.57)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 231 14 ก.ค. 2551 (21:43) หลักการเติม if หรือ when มีหลักการอย่างไรค่ะ
varintorn.mai@gmail.com (IP:118.172.209.84)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 232 14 ก.ค. 2551 (23:49) if = ถ้า
when = เมื่อ
I'll give you the book when I see you. จะให้หนังสือเมื่อเจอกัน คือคิดว่ายังไงๆคงเจอกันสักวันหนึ่ง
I'll give you the book if I see you. จะให้หนังสือถ้าเจอกัน ไม่แน่ว่าจะเจอกันอีกหรือเปล่า
บางทีผู้เขียนใช้รวมกัน I'll give you the book if and when I see you. อันนี้ความหมายว่า ไม่คิดว่าจะเจอกันแต่ถ้าเจอกันจะให้หนังสือ ไม่ค่อยใช้เพราะเยิ่นเยื้อ แตบางโอกาสก็เหมาะสม
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 233 28 ก.ค. 2551 (21:27) ถาม Do you speak Thai language
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 234 2 ส.ค. 2551 (14:55) อยากทราบสำนวนสุภาษิตสัก100สำนวนและตัวอย่างประโยค100ประโยคครับ
jjjdear_5134726@hotmail.com (IP:117.47.170.52)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 235 2 ส.ค. 2551 (15:02) อาจารย์ช่วยตอบด้วยนะครับทำรายงานส่งอาจารย์...สำนวนฝรั่ง100และประโยคตัวอย่างด้วย......ขอบคุณครับ
memoss_@hotmail.com (IP:117.47.170.52)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 236 7 ม.ค. 2552 (22:04) อะไรเอ่ยสี่ตีนชี้ฟ้าอ้าปากกินคน แปลเป็นภาษาอังกฤษยังไงคะ
patt_@hotmail.com (IP:124.120.29.246)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 237 8 ม.ค. 2552 (01:14) What has four leg pointing up towards the sky and has its mouth open to eat humans?
นึกไม่ออก ต้องบอกคำไขหน่อย แปลตรงๆแบบนี้ อ่านอังกฤษแล้วอาจไม่มีคนตอบได้ บางทีต้องเปลี่ยนนิดหน่อย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 238 17 ม.ค. 2552 (09:41) หนูอยากรู้ค่ะว่าหลักการใช้ there is,there are ต่างกับ have,has ยังงัย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 239 17 ม.ค. 2552 (09:44) ใครก็ได้ช่วยตอบหนูทีค่ะหนูจะทำการบ้านค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 242 13 ต.ค. 2552 (20:12) ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ