ในที่สุดคอมพิวเตอร์ก็รู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับคุณ

คอมพิวเตอร์นั้นเริ่มที่จะมีมนุษย์เป็นจุดศูนย์กลางมากขึ้น, คาดการณ์ความต้องการของคุณและทำหน้าที่เพื่อจะสนองความต้องการเหล่านั้นอย่างราบรื่น เทคโนโลยีที่เหล่านักวิจัยได้พัฒนาขึ้นนั้นทำให้มนุษย์นั้นมีอิสระที่จะจดจ่ออยู่กับงานจริงๆของพวกเขาแทนที่จะคิดถึงเรื่องของคอมพิวเตอร์และวิธีการที่จะใช้งานมัน

โปรเจกต์ใหม่นั้นได้เริ่มขึ้นเพื่อจะตั้งความต้องการของมนุษย์เป็นอันดับแรกในการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารชนิดใหม่ หรือในอีกนัยหนึ่งก็คือนักวิจัยได้ตรวจสอบหนทางที่คอมพิวเตอร์จะสามารถรับใช้มนุษย์ได้ดีขึ้น แทนที่มนุษย์จะเป็นผู้ถูกใช้จากวิธีที่คอมพิวเตอร์นั้นถูกออกแบบมาเช่นในปัจจุบันนี้

นักวิจัยจากหลายบริษัทและองค์กรต่างๆจากรอบยุโรปผู้ที่ได้รับผลจากงานที่ทำโดย CHIL, โปรเจกต์ที่ได้ทุนวิจัยจาก EU ซึ่งได้เสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งได้สร้างผลพลอยได้ไว้อย่างมากมาย


การมุ่งความสนใจไปที่มนุษย์

แทนที่จะพุ่งความสนใจไปที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร, พวกเขาได้เริ่มที่จะสร้างตัวอย่างของเครื่องจักรที่สนับสนุนปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และมนุษย์ด้วยกันเองแทน ซึ่งเป้าหมายของนักวิจัยนั้นคือการปรับปรุงความพึงพอใจของผู้ใช้งานและความสามารถในการผลิตของคนงาน
นักวิจัยได้พิจารณาที่การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในห้องประชุม,ห้องบรรยาย,ห้องเรียนต่างๆและการทำให้เทคโนโลยีตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ในสภาพแวดล้อมดังกล่าว

ทีมวิจัย CHIL ได้พัฒนาระบบที่สามารถจะเข้าใจเนื้อหาของการประชุมและช่วยเหลือผู้เข้าประชุมโดยการควบคุมสภาพแวดล้อมของการประชุมนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ระหว่างการประชุมนั้นระบบสามารถกรองและตอบสนองต่อสายเรียกเข้าของโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เข้าประชุมแต่ละคน เตือนผู้เข้าประชุมอย่างลับๆถึงข้อเท็จจริงต่างๆเช่นชื่อของผู้เข้าประชุมคนอื่นและให้พื้นที่ทำงานร่วมแบบเสมือนกับทุกคนด้วย

ผลพลอยได้หลายอย่างจากโปรเจกต์นี้นั้นเกี่ยวข้องกับผู้เข้าร่วมโครงการ CHIL และเทคโนโลยีที่นักวิจัยได้พัฒนาขึ้นมา


การจัดการกับวิกฤตการณ์อย่างชาญฉลาด

นักวิจัยจะสังเกตถึงวิธีการที่ตำรวจหรือพนักงานดับเพลิงในห้องการจัดการกับวิกฤตการณ์โดยรับมือกับข้อมูลที่เข้ามาในสถานการณ์ฉุกเฉิน และทำให้ออกมาใน

ทิศทางที่พวกเขาสามารถติดต่อระหว่างพวกเดียวกันเองและโลกภายนอกได้ด้วย

Stiefelhagen ผู้ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในโปรเจกต์นี้ได้อธิบายว่า”เราต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่ชาญฉลาดที่จะมาสนับสนุนงานประเภทนี้, จอแสดงผลแบบสื่อสารตอบโต้ได้,หน่วยงานที่ตรงประเด็นและส่วนประกอบทางแนวความคิดแล้วนั้นเราจะนำส่วนที่ดีที่สุดและพัฒนามันยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับการใช้งานจริงหลังจากการทำงานร่วมกับหน่วยงานฉุกเฉินต่างๆเพื่อดูว่าเรื่องนี้สามารถทำให้ดีที่สุดเพื่อจะตอบสนองต่อความต้องการของพวกเขาได้อย่างไร”

การใช้งาน CHIL อีกแบบหนึ่งที่กำลังถูกพัฒนาโดยบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่, Videmo Intelligent Video Analysis Videmo นั้นวางแผนที่จะเสนอบริการให้แก่ผู้ขายปลีกและบริษัทเกี่ยวกับความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งทางบริษัทนั้นกำลังพัฒนาซอฟท์แวร์สำหรับการวิเคราะห์วิดีโอด้วยการพุ่งความสนใจไปที่การจับตาดูลูกค้าในสถานการณ์การขายโดยระบบสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้่าโดยอัติโนมัติเพื่อจะแสดงว่าแผงขายไหนนั้นดึงดูดความสนใจและแผงไหนไม่

ในด้านความปลอดภัยนั้นระบบสามารถเสนอระบบการเฝ้ามองบนพื้นฐานของวิดีโอและการวิเคราะห์จุดที่ทำการขาย รวมถึงการตรวจจับการโกงโดยอัติโนมัติด้วย

“มีกล้องวงจรปิดทำหน้าที่ตรวจตราอย่างต่อเนื่องอยู่มากมาย แต่ 95% ของเวลาทั้งหมดนั้นข้อมูลก็ได้แค่ถูกอัดและเก็บไว้เท่านั้น” Stiefelhagen กล่าว “สิ่งที่บริษัทมุ่งหวังไว้ก็คือการสร้างโปรแกรมวิเคราะห์วิดีโอที่ฉลาดขึ้นซึ่งสามารถทำหน้าที่เช่นการระบุตัวคนที่ต้องการหรือการสังเกตเห็นการเดินและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย”


บ้านที่คาดการณ์ความต้องการของผู้อาศัย

ในช่วงต้นของการพัฒนานั้นคือการเสนอแผนเชื่อมโยงระหว่างหุ้นส่วนของโปรเจกต์ CHIL รายหนึ่งและบริษัทก่อสร้างจากอิตาลีเพื่อพัฒนาบ้านอัจฉริยะขึ้นเพ่ือย้ายจากสภาพแวดล้อมของห้องเดี่ยวที่ใช้เป็นสถานที่ทดลองของนักวิจัยในโปรเจกต์นี้

ซึ่งที่นี่,ความคล้ายคลึงกันระหว่างคอมพิวเตอร์และพ่อบ้านนั้นมีมากขึ้น ด้วยการที่คอมพิวเตอร์ของบ้านนั้นคาดการณ์ความต้องการผู้อยู่อาศัย

มีการใช้งานเทคโนโลยีของ CHIL อีกหลายอย่างที่ได้ระบุและเสนอไว้ในบันทึก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการใช้ SmarTrack , ระบบเรียลไทม์ที่ให้ข้อมูลที่แม่นยำเกี่ยวกับตำแหน่งเชิงพื้นที่ของคนในการวิเคราะห์กีฬาต่างๆ

ระหว่างการรายงานข่าวงานกีฬาในทีวีนั้น, การติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ของผู้เล่นแต่ละคนจะถูกวิเคราะห์แบบออนไลน์ในช่วงสำคัญของการแข่งขั้นนั้นเพื่อช่วยสนับสนุนผู้บรรยาย

การจดจำใบหน้านั้นก็ยังเป็นอีกด้านนึงซึ่งอาจถึงเวลาสำหรับการพัฒนาเพื่อแทนที่หรือแต่งเติมรหัส PIN หรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยีทางชีวภาพรูปแบบอื่นๆเช่นรอยนิ้วมือ การใช้งานที่เป็นไปได้นั้นรวมถึงการเข้าถึงการควบคุมตัวตึก ออฟฟิศ คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ทเช่นเดียวกับการยืนยันตนสำหรับการติดต่อทางธุรกิจแบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วย


 


 


 


 


 


 


ที่มา http://www.sciencedaily.com/releases/2008/06/080619103528.htm

22 มิ.ย. 2551 23:35
1 ความเห็น
1028003 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 TK (Guest)

นึกถึงหนู Red Queen ใน Resident Evil
25 มิ.ย. 2551 12:50

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น