|
การทำงานให้สนุกเหมือนกับการเล่นกีฬา
ท่านพุทธทาส ภิกขุ (17,972 views) first post: Fri 12 October 2007 last update: Fri 12 October 2007
ท่านสาธุชนผู้สนใจในธรรมทั้งหลาย อาตมาขอแสดงความยินดีในการมาของท่านทั้งหลายสู่สถานที่แห่งนี้ในลักษณะอย่างนี้คือหาความรู้เรื่องธรรมะไปเพื่อประกอบการศึกษาก็ได้ไปเพื่อประกอบกิจการงานในหน้าที่ก็ได้ธรรมะนี่มันมีอะไรหลายอย่างที่เป็นพิเศษเร้นลับก็ได้ศักด์สิทธิ์
|
หน้าที่ 1 - ธรรมพยางค์เดียว
กายสิทธิ์ก็ได้ถ้ารู้จักใช้มันก็จะแก้ปัญหาทั้งหลายทั้งหมดทั้งสิ้นด้วยสิ่งที่เรียกว่าธรรมเพียงคำเดียวเท่านั้นแหละขอท้าทายว่าธรรมพยางค์เดียวจะแก้ปัญหาทั้งหมดได้ขอแต่ให้ท่านทั้งหลายรู้จักสิ่งนี้โดยถูกต้องและครบถ้วนจริงๆตัวอย่างเช่นธรรมะเป็นคู่ชีวิตขาดธรรมะจะต้องตายและตายในทันมีด้วยธรรมะอย่างนี้แปลว่าหน้าที่ หน้าที่ หน้าที่ของสิ่งที่มีชีวิตธรรมะโดยแท้จริงนั้นตัวหนังสือโบราณนั้นแปลว่าหน้าที่นั้นที่แปลว่าคำสั่งสอนมันก็เรื่องหน้าที่ หน้าที่ของสิ่งที่มีชีวิตมันก็ต้องทำไม่ทำมันก็ตายคนก็ตาย สัตว์ก็ตาย ต้นไม้นี่ก็ตายลองไม่ทำหน้าที่หมายถึงเซลล์ทุกๆชนิดที่มันประกอบกันขึ้นเป็นสิ่งที่มีชีวิตนั้นมันทำหน้าที่ตลอดเวลา
เพียงแต่ว่าเซลล์ทั้งหลายไม่ทำหน้าที่มันก็ตายวูบเดียวเป็นแบบนี้ซึ่งที่มันเป็นสัตว์ส่วนเป็นอวัยวะขึ้นมาเป็นตา เป็นหู เป็นจมูก เป็นลิ้น เป็นกาย เป็นใจเป็นอวัยวะ ตับ ไต ไส้ พุงอะไรก็ตามมันก็ต้องทำหน้าที่ถ้าไม่ทำหน้าที่มันก็คือตายลักษณะอย่างนี้ธรรมะเป็นคู่ชีวิตขอให้ท่านทั้งหลายสนใจให้ดีเป็นพิเศษท่านก็จะมีชีวิตมีสุขภาพดีในด้านจิตใจถ้ามีธรรมะแล้วชีวิตนี้จะไม่ตัดเจ้าของท่านดูให้ดีว่าชีวิตแต่ละวันๆมันกัดแทะตัวเองหรือเปล่านี่เพราะมันขาดธรรมะอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นแน่นอนถ้าชีวิตมันตัดเจ้าของ ความรักบ้าง ความโกรธบ้างความเกียจบ้าง ความกลัวบ้าง ความตื่นเต้นบ้างวิตกกังวลอาลัยอาวรณ์ อิจฉาริษยา หวง หึงและในที่สุดพอไปมีเข้ามันก็กัดเจ้าของมันมีธรรมะ
ไอ้สิ่งเหล่านี้มันก็ไม่มีแต่ชีวิตมันก็ไม่ตัดเจ้าของขอให้สนใจด้วยธรรมะเป็นเหมือนกับสิ่งสารพัดนึกทำให้ได้ทุกอย่างจะไปแก้ปัญหาอะไรก็ได้วันนี้อาตมาจะบรรยายในลักษณะที่ว่าธรรมะจะทำให้หน้าที่การงานหน้าที่เหมือนกับการเล่นกีฬาการทำงานให้สนุกเหมือนกับเล่นกีฬาการงานคือการเล่นกีฬาหลายคนคงจะไม่เชื่อว่าบ้าแต่อย่าเพิงเดี๋ยวคนบ้ามันจะบ้าเสียเองเพราะมันไม่รู้จักใช้ธรรมะเพื่อจะทำชีวิตกระทั่งการงานหน้าที่ให้สนุกเหมือนเล่นกีฬาต้องรู้เสียก่อนว่าเราเป็นคนเล่น เป็นคนเล่นกีฬาและก็เป็นคนดูกีฬาพร้อมไปด้วยแล้วก็เป็นผู้ตัดสินกีฬาด้วยถ้ามีการให้รางวัลเรานั่นแหละเป็นผู้รับรางวัลจากการเล่นกีฬาถ้ามีธรรมะแล้วสามารถทำให้การงานอันแสนจะน่ารังเกียจแสนจะเป็นเราเล่นกีฬาไปคนเห็นแก่ตัวไม่มีธรรมะ ไม่อยากทำงานแต่อยากได้โน่นได้นี่มันเห็นตัวอิจฉาริษยาเพราะมันไม่มี
ถ้ามันมีธรรมะแล้วมันจะสามารถทำให้ชีวิตการงานนี่มันกลายเป็นการเล่นกีฬามันเป็นกีฬาอะไรกันพอลงมือทำงานมันก็เกิดการแบ่งแยกเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่ายที่จะสำเร็จกับฝ่ายที่เหลวไหลไม่สำเร็จมันแบ่งเป็น 2 ฝ่ายอย่างนี้แล้วก็ต่อสู้กันเหมือนการเล่นกีฬาในขณะทำงานมีจิตใจรวนเรอยากจะทำต่อไปหรืออยากจะเลิกเสียพ่ายแพ้แก่การงานพ่ายแพ้ต่อความเหน็ดเหนื่อยก็เลิกเสียนี่เรายังต้องมีการต่อสู้ระหว่างความสำเร็จกับไม่สำเร็จให้เหมือนกับเล่นกีฬาให้มีการต่อสู้กันระหว่างความเหลวไหลกับความเอาจริงให้ 2 อย่างนี้มันต่อสู้กันและมันก็มีเคล็ดรับ เคล็ดลับที่ท่านจะใช้ให้เป็นผู้ชนะกีฬานั่นแหละคือธรรมะๆ นั้นขอให้ฟังดูให้ดีๆธรรมะ
ธรรมะจะช่วยให้การเล่นกีฬาในชีวิตและการงานนั้นประสบความสำเร็จหรือมีชัยชนะได้อย่างไรพูดถึงความชนะๆก่อนเราจะชนะการงานนั่นเองถ้าเราทำการงานสำเร็จเราก็ชนะๆต่อการงานนั่นเองขอให้คิดดูดีๆมันมีชนะอยู่เอากล้าพูดเลยว่าเราจะชนะน้ำใจนายจ้างชนะน้ำใจผู้บังคับบัญชาทุกคนมีผู้บังคับบัญชามีนายจ้างแล้วก็มีคนเคยดูด้วยเอาชนะน้ำใจนายจ้าง เอาชนะผู้บังคับบัญชาแล้วเราจะชนะด้วยการเป็นผู้แสดงความสามารถ ฝีไม้รายมือให้มันชนะการงานให้มันชนะการงานชนะน้ำใจขึ้นยู่กับการใช้หนี้ เห็นอย่างที่ท่านกล่าวมวลมาเราจะทำอย่างว่าเป็นการเกิดแก่เจ็บตายช่วยกันสร้างโลกนี้ไม่ถือเป็นนายจ้างลูกจ้างอะไร อยู่ไหนถือเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายให้ความสะดวกแก่กันและกันในการสร้างโลกนี้ให้งดงาม
โดยการกระทำอย่างนี้เราก็เป็นผู้ชนะคือประสบความสำเร็จในการสร้างโลกนี้ให้ทำงานให้งดงามพูดอีกทางหนึ่งมันก็จะคือพระเก่าโบราณสักหน่อยคือเราจะทำงานบูชาพระเป็นเจ้าคุณเข้าใจดีๆคำว่าพระเป็นเจ้าไม่ได้หมายความว่าพระเป็นเจ้าในความหมายของเด็กๆพระเป็นเจ้าคือสิ่งสูงสุดและก็เชื่อพระเป็นเจ้าอย่างเทวดาอย่างนี้ก็ได้ถ้าทำงานบูชาพระเป็นเจ้าแล้วมันก็สำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อเดี๋ยวนี้เขาถือกันเป็นหลักและลงมติว่าไอ้งานอันใหญ่หลวงมันสำเร็จด้วยศรัทธาของบุคคลผู้ทำงานบูชาพระเป็นเจ้านครวัดก็ดีถ้าคุณเคยไปคุณจะรู้ว่ามันใหญ่โตลำบากแค่ไหนมันก็สำเร็จได้สำหรับผู้ที่บูชาพระผู้เป็นเจ้าทั้งหัวหน้าทั้งลูกน้องสิ่งใหญ่โตมหัศจรรย์ในโลกกี่แห่งๆมันสำเร็จส่วนลึกด้วยอำนาจศรัทธาทำเพื่อบูชาสิ่งสูงสุดอย่างนี้เป็นกันทั้งหัวหน้าทั้งลูกน้องคือท่านพระเจ้าแผ่นดินผู้สร้างทั้งประชาชนผู้ช่วยนี่มันทำด้วยเพื่อบูชาสิ่งสูงสุดคือพระเป็นเจ้าตามความเชื่อถือของตนๆว่าอยู่ที่ไหนว่าเป็นอย่างไรนี่มันมีหลักการอย่างนี้แล้วนี่เรียกว่ามีความชนะชนะงานนั่นเองชนะน้ำใจนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาทั่วไปที่ชนะการแสดงฝีมือประกวดฝีมือ ฝีไม้ลายมือนั้นเราก็ชนะในการช่วยกันสร้างโลกนี้ให้สำเร็จสวยสดงดงามเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายผู้ชนะในการที่ทำเพื่อบูชาสิ่งสูงสุดคือพระเป็นเจ้าท่านทั้งหลายมีความรู้สึกอยู่ในใจว่าอะไรเป็นพระเป็นเจ้าสูงสุดขอให้มีศรัทธาตั้งใจทำงานหน้าที่บูชาเหล่านั้นเกิดมันก็บูชาสิ่งสูงสุดตามคือมันจะไม่เพียงแค่ปาก
แค่หากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเอาเงินมาเลี้ยงปากเลี้ยง ท้องถ้าไม่ใช่อย่างนั้นไกลไปถึงสิ่งสูงสุดที่มันครอบครองดูแลมนุษย์เอาชนะน้ำใจพระเป็นเจ้าเสียให้ได้อย่างนี้แล้วพระเป็นเจ้าก็จะประทานพรเรียกกันในภาษาคริสต์ว่าเกเซ่อคือพระหันสะทานให้มาเป้นความสุขความเจริญความสะดวกสบายความเยือกเย็นเป็นสุขอย่างโลกพระศรีอาริยะเมทไตรมันตายอย่างนั้นถ้าชนะแล้วมันได้อย่างนั้นเอาทีนี้เราจะใช้ธรรมะอย่างไรในทำการงานเรียกว่าเรอยู่กับฝ่ายขาว ฝ่ายดี ฝ่ายถูกต้อง ฝ่ายสุจริต ฝ่ายยุตธรรม ฉันเลยอยู่กับฝ่ายขาวเล่นกีฬาเกยอยู่ฝ่ายขาวไม่ยอมเป็นฝ่ายดำมีการเล่นที่อยู่กับฝ่ายขาวแล้วก็มีพระพุทธเจ้าเป็นกองเชียร์ อย่าเพิ่งตกใจอย่าเพิ่งหาว่าบ้าเล่นกีฬาชนิดที่มีพระพุทธเจ้าเป็นกองเชียร์อยู่ฝ่ายเรา ก็คือเราใช้ธรรมะของพระพุทธเจ้าทุกอย่าง พระพุทธเจ้าได้สอนไว้อย่างไรในการประสบความสำเร็จเอามาใช้นี่ก็เหมือนมีพระพุทธเจ้าสนับสนุนอยู่อย่างนี้เราก็ทำงานอยู่กับฝ่ายขาวมีพระพุทธเจ้าเป็นกองเชียร์ช่วยจำคำนี้ไว้ทีเถอะเห็นว่าบ้าๆบอก็ช่วยจำคำนี้ไว้ทีเถอะจะมีประโยชน์ที่สุดแหละมีจิตใจอยู่กับฝ่ายขาวมีพระพุทธเจ้าเป็นกองเชียร์เอามีพระพุทธเจ้าเป็นกองเชียร์ได้อย่างไร
มันก็คือมีธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ขึ้นปากขึ้นใจกันอยู่เป็นนักเป็นหนาก็คือสิ่งที่เรียกว่าปะติจะตุบาทอย่างหนึ่ง คะราวาสะธรรมอย่างหนึ่ง สัพปุริสะธรรมอย่างหนึ่งมันกลายเป็น 3 หมวดแต่มันก็ไม่ลำบากยุ่งยากอะไรใช้ได้ง่ายๆ ปะติจะตุบาทแบ่งเป็น 4 อย่างคือ ฉันทะ ความพอใจ ความรักที่จะทำนี่มาก่อนพอใจต้องบริสุทธิ์ใจต้องพอใจต้องเห็นความดี ความจริง ความประเสริฐ ความวิเศษของงาน มันอยากจะทำไม่ใช่ฟืนใจทำนี่พวกอันธพาล พวกอันธพาลก็ไม่ตั้งใจทำก็อยากจะเอาเงินเป็นประโยชน์ของตนจี้ก็ตาม พวกนี้ไม่อยากจะทำงาน เห็นงานเหงื่อออกมาเป็นน้ำร้อน
ถ้าเรามีธรรมะอยู่ในใจเหงื่อจะออกมาเป็นน้ำมนต์หรือน้ำเย็นนี่คือประโยชน์ของฉันทะ ฉันทะอิทธิบาททำเป็นเครื่องทำความสำเร็จเรียกว่าฉันทะคือพอใจที่จะทำอย่างนี้มันต้องมาก่อนบุญไม่มีความพอใจที่จะทำมันก็ตกนรกทั้งเป็นฟืนทำมันไม่สนุกเหงื่อออกมามันจะเป็นน้ำร้อนจริงๆด้วย ถ้าพอใจที่จะทำรักบูชางานที่จะทำเหงื่อออกมาเป็นน้ำมนต์ส่งเสริมให้สนุกยิ่งๆขึ้นไปในการที่จะทำ
ข้อ 2. เรียกว่าวิริยะ นี้แปลว่าความพากเพียรก็ได้ แปลว่าความกล้าหาญก็ได้เพราว่าถ้าไม่กล้าหาญมันไม่พากเพียรไปไม่ไหวต้องมีความกล้ามีความแน่ใจมีความทะนงว่าเราทำได้เพราะความเพียรมันก็จะมีเราก็ทำๆๆๆๆนี่เรียกว่าวิริยะเป็นพลังอันมหาศาลนี้ข้อถัดไปเรียกว่าจิตตะ ความเอาใจใส่มันรักที่จะทำแล้วก็เอาใจใส่เหมือนพ่อแม่รักลูกมันก็เอาใจใส่เหลือคะนานขอให้มีการเอาใจใส่ทำหน้าที่การงานที่ทำให้เหมือนอย่างนั้นแหละเรียกว่าจิตตะ
ข้อสุดท้ายเรียกว่าวิมังสา สอดส่องวิจัยในหน้าที่เสมอหน้าที่การงานที่จะทำอยู่อย่าคิดว่าไม่มีอะไรอีกแล้วไม่มีอะไรลึกลับอีกแล้วไม่มะไรได้ดีกว่านี้อีกแล้วคนโง่หรือคนขี้เกียจมันจะคิดอย่างนั้นสัตตะบุรุษจะมองอยู่เสมอว่าจะทำอะไรให้ดีขึ้นไปกว่านี้ให้ดีขึ้นไปกว่านี้ทีละนิดๆก็ตามนี่เรียกว่าวิมังสา ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา คือความรักที่จะทำ ความพยายามทำความเอาใจใส่ทำความสอดส่องแก้ไขปรับปรุงทำ 4อย่างแล้วไม่เจริญจะเป็นอย่างไร มีพระพุทธเจ้าเป็นกองเชียร์หมายความว่าอย่างนี้ทีนี้ก็จะเข้มข้นเข้ามามีน้ำหนักมากขึ้นเรียกว่าคะราวาสะธรรมในหลวงท่านเอามาประกาศให้ถือเป็นหลักของประชาชนทั่วไปในวัน 200 ปีที่สนามหลวง พระพุทธเจ้าท่านได้สอนไว้เรียกว่าคะราวาสะธรรม
อาตมาแรกบวชก็เทศแต่เรื่องนี้ไปเทศสอนประชาชนก็เทศแต่เรื่องนี้ตั้ง 500 ครั้งเห็นจะได้ไอ้คะราวาสะธรรมคือสัจจะ ทะมะ ขันติ จาคะๆนี่หัวใจของการเป็นฆราวาสเรียกว่าคะราวาสะธรรม สัจจะนั้นคือความจริงใจ ไม่คด ไม่โกงจริงต่อเวลา จริงต่อบุคล จริงต่อหน้าที่การงาน มันจริงต่อความเป็นมนุษย์ของตนจริงถ้าไม่จริงต่อความเป็นมนุษย์ของตนมันจะเป็นหมา ขอใช้คำหยาบๆตรงๆอย่างนี้ สัจจะจริงๆๆๆต่อความเป็นมนุษย์ของตนมนุษย์จะต้องเป็นอะไร จะต้องเป็นอย่างไร
จะต้องทำอย่างไรแน่นอนชีวิตไม่จริงแต่ความเป็นมนุษย์อะไรๆก็ไม่เป็นปัญหาเมื่อมีความจริงและก็มีทะมะแปลว่าบังคับมันยังคงให้จริงๆอยู่ได้เรียกว่า ทะมะมันจะยุ่งยากลำบากเท่าไรก็จะบังคับให้ได้ความพอดีก็เปรียบไว้ว่าเหมือนกวานช้างที่ฉลาดสามารถบังคับช้างที่ตกมัน
จิตใจมันบาบอมันมันวุ่นวายเหลวไหลเหมือนกับช้างตกมันแต่กวานช้างที่ฉลาดสามารถบังคับไว้ได้ เราก็เป็นเหมือนกวานช้างที่ฉลาดบังคับช้างที่ตกมันไว้ให้ได้ไม่ยอมให้เสียสัจจะโดยเฉพาะสัจจะความเป็นมนุษย์ของตนอย่าพลั้งพลาดกลายเป็นสัตว์เสียขอให้แน่ใจและบังคับให้ถูกตามความแน่ใจ