การลงประชามติ

บทความนี้ถือโอกาสประชาสัมพันธ์ให้คนไทยไปลงมติว่าจะให้ร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ผ่านความเห็นชอบจากคนไทยทั้งประเทศหรือไม่ ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของโลกที่แปลกประหลาดที่ให้ประชาชนทั้งประเทศลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่มีอยู่ประมาณ 300 มาตรา



ที่บอกว่าแปลกประหลาดก็คือจะมีสักกี่คนทั้งประเทศที่สามารถเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ เพราะฉะนั้นการรับร่างหรือไม่รับร่างของคนส่วนใหญ่จะไม่ได้เกิดจากเหตุผลที่เข้าใจหรือไม่เข้าใจ ยอมรับหรือไม่ยอมรับในรายละเอียดทั้งหมด แต่ขึ้นอยู่ว่าฝ่ายหนุนหรือฝ่ายต้านใครจะสร้างมวลชนในการลงประชามติได้มากกว่ากัน เช่น การเบื่อความวุ่นวาย หรือใช้เทคนิคง่ายๆ ที่เห็นกันก็คือรัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยจะจัดรถขนส่งคนไปลงประชามติ ซึ่งรัฐบาล และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) (ที่ตั้งมาจากกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่ไม่ได้มาจากการสรรหาจากตัวแทนของประชาชน) บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าเลือกตั้งจริงโดยปกติ ทำแบบนี้ไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย แต่ถ้าใครขนคนไปลงมติไม่รับร่าง ไม่สามารถทำได้ (ฟังดูแล้ว งงๆ นะครับ) บังเอิญมีข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่าจะรับร่างหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 นี้ดี ผมเลยจะถือโอกาสใช้ ทฤษฎีเกม วิเคราะห์ให้ท่านเห็นถึงความเชื่อมโยงของผลของการรับหรือไม่รับร่าง แต่ท่านจะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นสิทธิของท่านนะครับ เราจะเริ่มการวิเคราะห์จากจุดยืนของแต่ละฝ่ายก่อนนะครับ

ฝ่ายสนับสนุนการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ

1. ฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายนี้เราต้องวิเคราะห์ลึกลงไปถึงกลุ่มย่อยว่ามีใครบ้าง กลุ่มที่ 1.1 กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับ กลุ่มนี้จะมีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เป็นตัวตั้งตัวตี เพราะเป็นคนจัดการทุกอย่างในการสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) กลุ่มนี้ทีแรกมีคนตั้งข้อสงสัยว่าไม่อย่างให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านเพราะจะได้เอารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับใช้ ภายใน 30 วัน แต่พอเจอแรงต้านเข้าไปเรื่องการต่อท่ออำนาจ หรือไม่ก็ให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนกลาง ถึงกับอึ้ง เลยต้องหาทางให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน เพราะถ้าไม่ผ่าน รับรองว่าเรื่องยาวแน่ เพราะแปลง่ายๆ ว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ผ่านการร่างจากประชาชน ที่ คมช. ฉีกทิ้งมีความชอบธรรมในการใช้มากกว่าร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 เนื่องจากประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 และแน่นอนผมไม่ทราบว่าการที่ คมช. ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2540 ทิ้ง นี่จะเข้าข่ายกบฎหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ อีกอย่างการที่ คมช. ต้องการให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านเพราะตอนนี้ยังไงก็ขี่หลังเสือแล้ว ถ้าลงมาท่าไม่สวย รับรองเสือกัดไม่ตายก็ไม่มีแผ่นดินจะอยู่แน่นอน แต่ตอนนี้คงไม่กังวลเท่าไหร่ เพราะได้ปฏิบัติการตัดแขนขากลุ่มอำนาจเก่าไปเยอะแล้ว ตามที่เราได้รับฟังข่าวสารมา



กลุ่ม 1.2 กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการที่ร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ผ่าน ที่เห็นๆ ก็คงไม่หนีกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายค้านซีกเดิม เพราะขนาดท่านประธาน คมช. ยังเคยเอ่ยเองว่าใครอยู่ตรงข้ามฝ่ายค้านซีกเดิม รอบหน้าได้ไปเป็นฝ่ายค้านแน่นอน ขนาดพรรคการเมืองเก่าแก่แบบพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีประวัติการต่อสู้กับเผด็จการอันยาวนาน แบบไม่เกรงกลัวอิทธิพล รอบนี้กลับประกาศว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างมาจากเผด็จการนั้นรับได้ ฟังแล้วเห็นได้ชัดว่าเอาอุดมการณ์เก็บไว้ในลิ้นชักไว้ก่อน เพราะคู่แข่งแบบไทยรักไทยตอนนี้เดี้ยง ตั้งตัวไม่ติด ถ้ารอบนี้ไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ไม่รู้ว่าชาติไหนจะมีสิทธิอีกแล้ว เหมือนยิงจุดโทษแบบไม่มีผู้รักษาประตู ถ้ายิงไม่เข้าคงต้องเอาหัวมุดดิน ซึ่งมีคนถามผมเยอะมากว่ากลุ่ม 1.1 กับกลุ่มนี้เป็นพวกเดียวกัน หรือมีผลประโยชน์ในการเลือกตั้งครั้งหน้าร่วมกันหรือไม่ เช่น ฝ่ายค้านเดิมได้เป็นรัฐบาล และช่วยเป็นเกราะป้องกัน คมช. ในการไม่ให้ถูกเช็คบิลย้อนหลัง ผมคงไม่สามารถตอบได้ครับ เพราะไม่ได้เป็นสายลับ ไปนั่งดูหลังบ้านว่าเค้าคุยอะไรกัน



กลุ่ม 1.3 กลุ่มที่เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีกว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 แม้จะลืมอ่านว่าสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะมาจากการสรรหาประมาณครึ่งหนึ่ง และมีสิทธิเท่ากับ สว. ที่มาจากการเลือกตั้ง (ไม่รู้ว่าคิดได้ไง) รวมไปถึงการทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ หรือไม่ก็รับได้กับการฉีกรัฐธรรมนูญว่าจะเอาไงก็เอา เพราะว่าดีกว่าให้ทักษิณกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ว่ากันง่ายๆ ว่าข้าไม่เอาทักษิณ เลยจะเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะได้เป็นเครื่องมือกันทักษิณออกไปซะเลย รวมไปถึงพวกที่บอกว่าการปฏิวัติรอบที่ผ่านมาเพราะไม่เห็นทางเลือกอื่น (จริงๆ มีทางออกเยอะแยะ แต่คิดไม่ออกเอง เลยให้ทหารมาช่วยคิด เพราะไม่ต้องออกแรงสมองให้เมื่อย) ในกลุ่มนี้ไม่ทราบว่ารวมอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ที่ท่านพูดเมื่อปี 2535 ว่าถ้าต่อไปทหารปฏิวัติ ประชาชนทุกคนต้องออกไปที่ถนนขัดขวาง แต่ช่างเถอะครับ ท่านอาจจะอายุมากแล้วเลยลืมไปว่าตนเองได้พูดอะไรไป


กลุ่ม 1.4 กลุ่มเบื่อกับความขัดแย้งเต็มทน อยากให้บ้านเมืองสงบ มีการเลือกตั้งเร็วๆ แต่รับไม่ได้กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้บางมาตรา กลุ่มนี้มีเยอะมาก คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มส่วนใหญ่ของประเทศ เลยมีเงื่อนไข และหวังว่าให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านไปก่อน แล้วเราค่อยแก้ไขมาตราที่รับไม่ได้ในภายหลัง เพราะบ้านเมืองจะได้เดินหน้าสักที เวียดนามตอนนี้แซงเราแน่นอนแล้ว ทำไงได้ คิดไม่ออก สมองตื้อไปหมด เลยต้องตั้งเงื่อนไขแบบนี้ไว้ก่อน ขอเป็นคุณหวัง แต่จะสมหวังมั๊ยตอบยากครับ เพราะถ้าเค้าจะแก้ให้คุณ ตามความเห็นที่คุณที่แสดงออกไป เค้าก็แก้ให้ตั้งแต่รอบนี้แล้ว อ้อยเข้าปากช้างไปแล้ว จะเอาออกมาได้ไง นอกจากช้างใจดี

กลุ่มต้านร่างรัฐธรรมนูญ

2. กลุ่มต้านร่างรัฐธรรมนูญ มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ประกอบไปด้วย กลุ่ม 2.1 กลุ่มไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ไม่ว่าจะอ่านร่างรัฐธรรมนูญรู้เรื่องหรือไม่ก็ตาม เพราะว่าร่างรัฐธรรมนูญรับไม่ได้ เนื่องจากเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย ตัดทอนอำนาจของพรรคการเมือง การบัญญัตินิรโทษกรรมลงในรัฐธรรมนูญ อันเสมือนเป็นการยอมรับการรัฐประหาร เป็นวิถีทางหนึ่งอันชอบด้วยรัฐธรรมนูญ บ้างก็อ้างว่าเป็นการร่างในลักษณะเพิ่มบทบาทให้กับภาคราชการ จนถอยหลังไปสู่ระบบเจ้าขุนมูลนาย บ้างก็อาศัยมาตราที่ฝ่ายตนเองไม่ได้รับผลประโยชน์ มาเป็นข้ออ้างในการไม่รับทั้งหมด บ้าง เช่น กรณีการไม่บรรจุพระพุทธศาสนา ในร่างรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงที่มาของร่างรัฐธรรมนูญว่ามาจากเผด็จการ ถึงไม่ต่อท่ออำนาจทางตรงก็ต่อท่ออำนาจทางอ้อมผ่านหลายกลไก เช่น พรบ. ความมั่นคง ฯลฯ เป็นต้น ถ้าคนร่างไม่ต่อท่ออำนาจ คงเข้าข่ายประมาทเลินเล่ออย่างแรง หรือไม่ก็ไม่อยากแก่ตาย อีกอย่างหากรับไป ก็แปลว่าเรารับได้กับการปฏิวัติรัฐประหาร ต่อไปก็คงมีคณะทหารอ้างโน่นอ้างนี่ หรือไม่ก็อ้างว่าภรรยาคนที่สองปวดท้อง เลยจะปฏิวัติ ไม่งั้นไม่หายปวด หรือไม่ก็อยากได้ดอกไม้จากประชาชน หรือไม่ก็อยากให้สาวๆ มาถ่ายรูปด้วยเยอะๆ เป็นต้น ก็ว่ากันไป สรุปง่ายๆ ว่ากลุ่มนี้ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 50 นะครับ




2.2 กลุ่มเรือใบสีฟ้า กลุ่มนี้ไม่ต้องอธิบายมากชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องให้ร่างรัฐธรรมนูญล้มให้ได้ เพื่อเป็นเหตุในการขยายผลทางการเมืองต่อไป แต่การที่จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะเป็นอย่างไรนั้น ก็คงต้องไปคิดกันเอง

การวิเคราะห์ปัจจัยในการรับหรือไม่รับร่าง

จากข้างต้นจะเห็นได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนที่ต่างกัน บางกลุ่มมีวาระแอบแฝงกันอยู่ หากเราวิเคราะห็ เรามาสร้างตารางคะแนนของแต่ละกลุ่มได้ 2 กลุ่ม ที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจชี้ชะตาของประเทศ คือกลุ่มประชาชนตาดำๆ ที่สนับสนุน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปัจจัยต่อชะตากรรมของประเทศ และเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด และกลุ่มผู้มีอำนาจในปัจจุบัน และต่อท่อแล้ว มีน้อยกว่า แต่มีปืนและชอบอ้างตัวว่าเป็นวีรบุรุษ ไม่ต้องมาตรวจสอบ ได้ดังนี้ มุมมองของกลุ่มประชาชนตาดำๆ ที่สนับสนุน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปัจจัยต่อชะตากรรมของประเทศ การรับร่างฯ แล้วมีการแก้ไขในอนาคตได้คะแนนเยอะที่สุด เพราะว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้องการ สาเหตุที่การรับร่างฯ ไปก่อน แล้วโดนเบี้ยวไม่แก้ไขร่างฯ มีคะแนนต่ำกว่าไม่รับร่างฯ แต่ผู้มีอำนาจยอมแก้ไขภายใน 30 วัน แม้ว่ากลุ่มนี้ที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการให้เดินหน้าไวๆ เพราะว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ในด้านเนื้อหา ในระยาวแปลว่าการปกครองจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของใครบางคน และกลุ่มคนที่ต่อท่ออำนาจแล้ว (ถ้าถามว่าทำไมต้องต่อท่อ ไม่ว่าจะต่อโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม โปรดกลับไปอ่านข้างต้นใหม่นะครับ สรุปสั้นๆ ว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการความปลอดภัยของตนเอง และครอบครัว อีกทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พูดเองว่าภาระกิจยังไม่เสร็จสิ้น แม้ว่าจะเลือกตั้งไปแล้ว) สำหรับมุมมองของกลุ่มผู้มีอำนาจในปัจจุบัน และต่อท่อแล้วจะเป็นดังนี้ การที่ประชาชนไม่รับร่างฯ แต่ไม่สนใจ จะเดินหน้าต่อลูกเดียว เป็นสถานการณ์ที่แย่ที่สุด เพราะว่าอาจจะเสี่ยงกับการที่ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ได้ (แต่ถ้าบางท่านอาจจะคลั่ง อาจจะไม่สนใจก็ได้ เพราะท่านพูดเองว่าประชาชนที่มาชุมนุม ไม่พอมือทหารหรอก) ส่วนสถานการณ์ที่ดีที่สุดคือรับร่าง แล้วแกล้งลืมไม่แก้ไข (จะแก้ทำไม ขืนแก้ไปคุมเกมส์ไม่ได้ แย่เปล่าๆ)

การวิเคราะห์ผลลัพธ์

เราจะเขียนเป็นแผนภาพ Decision Tree ของขั้นตอนการลงประชามติดังนี้



จากแผนภาพข้างต้น จะเห็นได้ว่าการไม่รับร่างฯ แล้วให้ผู้มีอำนาจแก้ไขร่างให้เป็นประชาธิปไตยทันทีจะดีที่สุดในระยะยาว เพราะว่าถ้าหากรับร่างไปก่อน แล้วหวังว่าผู้มีอำนาจจะสนับสนุนให้มีการแก้ไขในภายหลัง ท่าทางจะยาก เพราะว่าได้คะแนนต่ำกว่า ถ้าจะแก้ไขก็แก้ไปแล้วตั้งแต่งวดนี้จะรอทำไม แต่ที่ไม่แก้เพราะเชื่อว่าเอาความเบื่อการเมืองของคนไทยที่อยากเลือกตั้งไวๆ เป็นเงื่อนเวลาบีบ (ใช้ทฤษฎีเกมมาวิเคราะห์แล้ว) อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนของการตัดสินใจข้างต้นคือ หากเราคนไทยรับได้กับการไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยหลังจากลงประชามติรับร่างฯ ไปแล้ว มากกว่าการที่ไม่รับเลยตั้งแต่วันนี้ แล้วให้ดำเนินการแก้ไขซะ หรือไม่ หากรับได้ว่าคนเราเกิดมาครั้งเดียวก็อยู่ๆ ไปเถอะ ร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรข้าไม่เกี่ยว (ซึ่งจริงๆ เกี่ยว และมีผลกระทบสูงในระยะยาว) คะแนนก็จะกลับตาละปัดกัน จุดดุลยภาพของเกมนี้ก็จะพลิกขึ้นไปข้างบนคือรับร่างรัฐธรรมนูญ และปล่อยให้ไม่มีการแก้ไขต่อไป ดังรูปข้างล่างนี้



ซึ่งจุดดุลยภาพนี้ หากเกิดขึ้น เราไม่สามารถคาดเดาต่อไปได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์อีกหรือไม่ เช่น การต่อต้าน ฯลฯ หรืออาจจะไม่เกิดก็ได้ครับ เพราะว่าทุกอย่างเดินหน้าตามกติกาเอียงๆ