ปัจจุบันอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่นิยมใช้กระจกเป็นส่วนประกอบของผนังอาคารนะคะ เนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอนุรักษ์พลังงานมีความสวยงาม และช่วยให้สามารถมองออกไปเห็นทัศนียภาพภายนอกได้มากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้บ้านดูโล่งไม่ทึบอึดอัดอีกด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม กระจกที่มีการนำมาใช้ก็มีด้วยกันหลายชนิดแตกต่างกันออกไปนะคะ ว่าแล้วเราลองมาดูชนิดของกระจกต่าง ๆ และการอนุรักษ์พลังงานของกระจกกันเลยค่ะ...

กระจกใส

เป็นกระจกโปร่งใสที่มีผิวทั้งสองด้านเรียบสนิท ให้ภาพในการมองเห็นชัดเจน และมีราคาถูกที่สุด โดยที่กระจกชนิดนี้ยอมให้แสงผ่านเข้ามาสูง (ร้อยละ 88) จึงมีแสงสว่างกระจายเข้ามาภายในห้องเป็นจำนวนมาก ดังนั้นในการใช้งาน จะใช้ประกอบกับวัสดุอื่น เช่น การติดฟิล์มกรองแสง การใช้อุปกรณ์บังแดดช่วย เป็นต้น

กระจกสี

เป็นกระจกโปร่งแสงที่ยอมให้แสงผ่านเข้ามาเพื่อช่วยกระจายแสงภายในห้องค่ะ โดยความเข้มของสีจะเพิ่มมากขึ้นตามความหนาของกระจก ซึ่งจะส่งผลทำให้การดูดกลืนความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่สะสมอยู่ในเนื้อกระจกมีมากขึ้นด้วย ฉะนั้นการนำไปใช้งาน จึงควรให้ความสนใจและระมัดระวังคุณสมบัติเหล่านี้ด้วยค่ะ

กระจกสีตัดแสง

กระจกสีตัดแสง เป็นกระจกโปร่งใสที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อนที่เข้ามาภายในอาคารได้ โดยสีต่าง ๆ ที่เห็นนั้นเกิดจากการเติมออกไซด์ของโลหะ เช่น เหล็ก โคบอลต์ หรือซีลีเนียมลงในส่วนผสมของเนื้อกระจก จึงช่วยลดพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ผ่านเข้ามาค่ะ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถช่วยดูดกลืนพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์นี้ กระจกสีตัดแสงจึงมีส่วนช่วยในการลดภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศลงได้ และยังเป็นการอนุรักษ์พลังงานด้วยค่ะ

กระจกเคลือบผิวสะท้อนแสง

มีคุณสมบัติคล้ายกระจกเงา ทำหน้าที่สะท้อนความร้อนของแสงอาทิตย์ได้ประมาณร้อยละ 60 โดยคุณสมบัติในการสะท้อนจะมีมากกว่าการดูดกลืน ซึ่งเมื่อแสงส่องมากระทบกระจกแล้ว ชั้นผิวกระจกที่เคลือบสารสะท้อนแสงไว้จะสะท้อนแสงจ้าและความร้อนออกไป แต่ปริมาณความร้อนที่ยังเหลือบางส่วนก็จะเข้าสู่ภายในอาคารค่ะ แต่กระจกประเภทนี้ก็ช่วยเราในการอนุรักษ์พลังงานได้นะคะ

กระจกฉนวนกันความร้อน

มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กระจก 2 ชั้น มีคุณสมบัติในการแผ่รังสีความร้อนต่ำ สามารถป้องกันการถ่ายเทความร้อนระหว่างภายในและภายนอกอาคารได้ดีค่ะ ซึ่งกระจกประเภทนี้ช่วยเราประหยัดค่าไฟและเป็นการอนุรักษ์พลังงานได้ดีที่สุดเลยค่ะ

นอกจากกระจกใสซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไปแล้ว ในปัจจุบันยังมีกระจกที่มีการจำหน่ายให้เลือกมากมายหลายชนิด ซึ่งคุณผู้อ่านควรพิจารณาเปรียบเทียบในเรื่องคุณสมบัติและราคาด้วยนะคะ นอกจากนี้ควรระวังในเรื่องการนำวัสดุใด ๆ ก็ตามมาปิดทับหรือวางชิดกระจก ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนขึ้นอย่างมากบริเวณนั้นค่ะ เนื่องจากกระจกไม่สามารถถ่ายเทความร้อนออกมาได้ และถ้าความร้อนที่ถูกสะสมไว้มีมากเกินไปในขณะที่อุณหภูมิภายในห้องนั้นต่ำกว่ามากเนื่องจากมีการเปิดเครื่องปรับอากาศ ก็จะทำให้กระจกเกิดการแตกร้าวได้ค่ะ

ที่มา : http://ienergyguru.com/