เฮี้ยน Academy

เฮี้ยน Academy

หล่อนเข้าสู่ในโรงเรียนนี้เพื่อจะพิสูจน์ตัวเองว่าการเป็น 'หมอผี' นั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ใครจะรู้ล่ะ ว่าการกระทำของหล่อน คือการพิสูจน์ว่า 'หมอผี' ไม่ใช่เรื่องง่าย

ผู้เขียน ชีวณัฐ ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

บทนำ

 

 บทนำ

          เสียงเพลงของเหล่าวงดุริยางค์ดังกระหึ่มทั่วชั้นเรียนเหมือนเปิดประตูความสว่างให้แก่บนโลก ทุกสรรพสิ่งต่างๆ รอบๆ ต่างหยุดนิ่งเพื่อดับฟังเสียงที่เกิดขึ้นด้วยสมาธิแน่วแน่จดจ่อ ใจความของเพลงเหล่านี้มีไว้เพื่อปลุกใจคนฟัง แต่ครั่นเมื่อเพลงจบแล้ว...บรรดาคนเชียร์รอบๆ ต่างก็ต้องทำหน้าบึ้งตึงด้วยอารมณ์หม่นหมอง

          แน่สิ...คนเล่นผิดคีย์ ผิดโน้ตเต็มไปหมดเลย นักดุริยางค์ส่วนใหญ่ก็ลองผิดลองถูก เล่นเพี้ยนๆ กันไปตามประสา มีเวลาซ้อมจริงๆ แค่หยุดเสาร์ – อาทิตย์สองวันเอง จะให้เก่งเหมือนพวกมืออาชีพก็คงจะไม่ไหว

            วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของโรงเรียนศิลปะนานาชาติแห่งหนึ่งในประเทศไทย เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ที่ลงทะเบียนเรียนเอาไว้ก็พาก๊วนเพื่อนเดินเข้ามาในโรงเรียนอย่างสุขสันต์ โรงเรียนนี้เป็นที่ฝันใฝ่ของบรรดานักดนตรีรอบๆ ประเทศไทย แต่น้อยคนนักที่จะได้เข้า เนื่องจากมีเกณฑ์มาตรฐานสูงกว่าโรงเรียนอื่นๆ ทั่วไป เคยมีคนตั้งกฎเอาไว้ว่า นักเรียนทุกคนในโรงเรียนนี้จะต้องมีความสามารถในการเล่นดนตรีไม่ต่ำกว่าสามชนิดขึ้นไปทั้งดนตรีไทยและสากล

            หญิงสาวกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในรั้วโรงเรียนพร้อมกับอุปกรณ์แต่งหน้าทำผมมากมายราวกับว่าจะมาเดินแฟชั่นโชว์ ลิปสติกบางๆ ถูกแต่งแต้มลงบนริมฝีปากอย่างนิ่มนวลระหว่างทางเดิน ครั่นเสร็จก็เปลี่ยนมาเสริมแต่งบริเวณเปลือกตาต่อด้วยมาสคาร่าราคาแพงที่เพิ่งซื้อได้จากฝรั่งเศส

            “นี่พวกเธอว่าฉันสวยพอหรือยังยะ วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก...การแต่งหน้าเสริมสวย ถือเป็นการเพิ่มสิริมงคลในการใช้ชีวิตในโรงเรียนแห่งนี้ ไม่แน่นะ เทอมนี้ฉันอาจจะได้เกรดสี่กลับบ้านเป็นของรางวัลให้พ่อแม่ก็ได้” หนึ่งในกลุ่มกล่าวขึ้นมาหลังจากทุ่มน้ำหนักลงบนม้าหินอ่อนหน้าตึกเรียน

            “สวยแล้วจ้ะแพท แหม...เปิดเทอมวันแรกก็อยากจะโดนหักหมายเลยหรือไง แต่งหน้าเข้มซะขนาดนี้ เดี๋ยวครูฝ่ายปกครองเห็นก็โดนกันหมดพอดี”

            “ไม่มีใครกล้าแหยมกับฉันหรอกย่ะ ให้มันรู้ไปสิ...ว่าระหว่างคุณครูปกครองกับท่านผอ. ของโรงเรียน ใครจะแน่กว่ากัน” หล่อนเบ้ปากเชิดหน้าขึ้น ไม่เคยมีคำว่ากลัวในพจนานุกรมของแพท

            หญิงสาวตาโตผู้ไม่เคยกลัวใครค่อยๆ แต่งแต้มทำผมตัวเองต่ออยู่หน้ากระจกใบเล็กๆ ที่ตั้งวางทิ้งไว้ ใบหน้าที่ยาวเรียวคงรูปค่อยๆ โค้งลงเพื่อดึงผมยาวประมาณบ่ามามัดเอาไว้ให้แน่น ดวงตาสดใสไร้เดียงสาของหล่อนทำให้ผู้ชายที่เดินผ่านซ้ายขวาต้องพากันหันมาจับจ้องมองตาไม่กระพริบ

            “เฮ้อ...อิจฉาพวกลูกผอ. จังเลยว่ะ จะทำอะไรในโรงเรียนนี้ก็ได้ ไม่ต้องกลัวใครว่า”

            แพทโคลงศีรษะ พลางยิ้มหวานส่งให้เพื่อน “ช่วยไม่ได้ พ่อของฉันเพิ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นผอ. โรงเรียนนี้ปีแรก ใครๆ ต่างก็ชื่นชมท่านเหมือนว่าท่านเป็นเทวดามาจากสรวงสวรรค์ ...ส่วนฉันมันก็เป็นแค่ผลพลอยได้”

            หล่อนเบ้ปากมองกาลไกล

            แน่นอน คนที่มีพ่อคุ้มกะลาหัวเอาไว้ในระยะประชิดขนาดนี้จะทำอะไรก็ได้ ไม่มีความผิด...ถึงจะผิดเท่าไร ก็คงไม่มีใครกล้าจะทำโทษหล่อนหรอก คนมันมาจากสวรรค์นี่!

            “นี่ยัยแพท” หนึ่งในบรรดากลุ่มเพื่อนโพล่งถาม “ฉันสงสัยว่ะ ผอ. คนเก่าก็ยังไม่เกษียณอายุอะไรเลยนี่ ทำไมจู่ๆ ถึงลาออกจากการดำรงตำแหน่งไปหน้าตาเฉยแบบนี้ ทำอย่างงี้มันแปลกๆ นะ”

            “แกจะไปสงสัยอะไรล่ะ คนที่ไม่มีความสามารถแบบนั้น...อยู่ไปก็อดตายเปล่าๆ ทรมานตัวเองเปล่าๆ ก็ไม่ต่างจากพวกจิตรกรที่ให้ไปทำการทดลองสารหนูนั่นแหละ”

            “แต่ฉันว่ามันมีมากกว่านั้นนะ”

            แพทขมวดคิ้วอย่างรำคาญ ก่อนจะโงกหน้าฟังแต่โดยดี “ว่าไง...”

            “ฉันได้ข่าวลับแว่วๆ มาว่า โรงเรียนนี้มันเฮี้ยนว่ะ มีคนเล่าให้ฉันฟังมาว่า ที่บ่อน้ำหลังโรงเรียนน่ะ...มีผีพรายตัวเป็นๆ ซ่อนเอาไว้อยู่ยั้วเยี้ยเลย ไม่แน่นะเว้ย ผอ. คนเก่าอาจจะคิดไม่ตกเรื่องปัญหานี้จึงยอมลาออกออกไป ...คิดแล้วขนลุกว่ะ”

            หญิงสาวลูกผอ. คลายคิ้วออกก่อนจะหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง บ่นเบาๆ อย่างหนักแน่นในลำคอว่า “ไร้สาระ!”

***

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา