Projeck Love แผนรัก ลวงหัวใจยัยจอมโก๊ะ

Projeck  Love   แผนรัก ลวงหัวใจยัยจอมโก๊ะ

โอ๊ย! ปวดhead โว้ยทำไมชีวิตฉันถึงต้องเจอแต่เรื่องที่ทำให้รำคาญใจอยู่ตลอดเวลาทั้งทีฉันเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาที่มีอายุเพียงแค่สิบหกแต่หน้าตาดันไปเข้าตากรรมการ -_-;ทำให้ได้เป็นถึงดาวโรงเรียน

ผู้เขียน TeenMaster ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

หน้า ดำเนินการ
หน้า : 1 หนูเป็นแฟนเค้า
หน้า : 2 อยากรู้ต้องเข้า
หน้า : 3 ความจริงเปิดเผย
หน้า : 4 ถึงเวลาเอาคืน
หน้า : 5 การลาจาก
หน้า : 6 * ความในใจของนายคีย์ *
หน้า : 7 ไทม&แซนต้า
หน้า : 8 ไทม&แซนต้า
หน้า : 9 14กุมภาวันแห่งความรัก
หน้า : 10 บทส่งท้าย
หน้า : 11 บทนำ
หน้า : 12 การโยกย้าย
หน้า : 13 First Kiss
หน้า : 14 หนีไม่พ้น
หน้า : 15 ลูกน้องของนางมาร&ไอ้ฟาร์มหมา
หน้า : 16 เทพบุตรในฝัน
หน้า : 17 คู่บัดดี้ไม่พึ่งประสงค์
หน้า : 18 ความซวย ณ ร้านไอศครีม
หน้า : 19 ใครคือเจ้าหญิง?
หน้า : 20 เช้าวันใหม่กับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
หน้า : 21 การเข้าใจผิด
หน้า : 22 ความยุติธรรมอยู่ไหน
หน้า : 23 หมูกระต่าย & สัญญาคู่ควง
หน้า : 24 สัญญาคู่ควง
หน้า : 25 นายน้ำย่อยตัวมาร
หน้า : 26 ยัยกาแฟ
หน้า : 27 ถ่านไฟเก่า
หน้า : 28 ยัยปลิงทะเลน่าเกลียด
หน้า : 29 เรื่องแปลก
หน้า : 30 น้ำย่อยจอมจุ้นกับลาต้าดาวอ่อย
หน้า : 31 ทะเลแสนสุขพลัดพาความรัก
หน้า : 32 ปีศาจเงามืด
หน้า : 33 คนใกล้ตัวร้ายกว่าใคร
หน้า : 34 ความจริงที่ไม่อยากรู้
หน้า : 35 คบหรือไม่คบ
หน้า : 36 เดท
หน้า : 37 สงครามประสาทกลางห้าง
หน้า : 38 ตัวสำรองไปตายซะ
หน้า : 39 เธอมาทีหลัง เขามาก่อน
หน้า : 40 ความรักคืออะไร

หมูกระต่าย & สัญญาคู่ควง

12

หมูกระต่าย & สัญญาคู่ควง

 

 อีกหกวันโรงเรียนจะปิด งานเสื่อมความสัมพันธ์จะเริ่ม ชีวิตฉันจะวุ่นวาย อีกแค่หกวันเท่านั้น แย่ที่สุดทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าไม่ทำตัวให้เด่นในหมู่เพื่อนฝูงแต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้างฉันเอาซะเลย ฉันก็รู้อยู่นะว่าเทพเจ้าต้องการกลั่นแกล้งฉันที่เกิดมาหน้าตาดี(หลงตัวเองที่สุด)ให้มีชีวิตที่ยุ่งยากวุ้นวายแต่ไหงกลับแกล้งแรงถึงขนาดนี้ด้วย แล้วทีนี้ชีวิตฉันจะบังเกิดความซวยขนาดไหน

“ริ กลับมาแล้วเหรอ” แซนเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังส่งกระเป๋านักเรียนให้เด็กรับใช้

“อืม”

“เฮ้ยแล้วหน้าแกไปโดนคำสาปอะไรมาถึงขาวเหมือนไก่ต้มจนเปื่อยแบบนี้”

 คำสาปจากกะเทยสองขั้วนะสิ บ้าที่สุดอย่าให้แม่เจอหน้ามันอีกนะแม่จะเตะให้อวัยวะสืบพันธุ์ผู้ชายกลายเป็นผู้หญิงเลย  ตอนแรกไอ้เราก็หลงนึกว่ามันจะจัดการแค่วัดตัวกับแต่งเล็บที่ไหนได้มันจัดการทั้งหน้า ปาก  ขนตา  ผม ถึงว่ารู้สึกทะแม่งๆตอนเห็นอุปกรณ์แต่งหน้าของนุกนิกช่างแต่งหน้า(จำเป็น) หยิบขวดครีมออกมาวางเรียงรายกันเป็นสิบๆขวดและทุกขวดนุกนิกก็ใช้กับใบหน้าของฉัน เดี๋ยวก็ ผอกหน้าด้วยสมุนไพร ครีมไข่มุกจากอังกฤษ อเมริกา เกาหลี  ญี่ปุ่น บลาๆๆเฮ้ออออหน้าฉันจะพังมั้ยเนี่ย

“หน้าฉันเป็นยังไง”

 ตั้งแต่งกลับถึงบ้านฉันแทบไม่แตะต้องกระจกกลัวจะเจอกับสิ่งที่ไม่น่าจะเจอ แต่ในความซวยก็ยังมีความโชคดีอยู่บาง เพราะหลังจากได้ตัวแทนฝ่ายหญิงแล้วเพื่อนๆก็เริ่มปฏิบัติการหาตัวแทนของฝ่ายชายและคงหนีไม่พ้นอีตาประธานนักเรียนสุดขี้เก๊ก ทำเอาคีย์ที่กำลังมองฉันด้วยสายตาสมน้ำหน้าถึงกับสะดุ้งและพยายามปฏิเสธสายตามติของส่วนรวมจนท้ายสุดก็ไม่สามารถต่อต้านไอ้พวกเผด็จการได้ ฮ่าๆๆสมน้ำหน้าเวรกรรมติดจรวดจริงๆ

“ก็.... ขาวกว่าเดิม ขนตางอนขึ้น ผมดัดลอนแลดูเป็นสาวเปรี้ยว ว้าวดีว่ะแก ถ้าดูดีๆ”

 ช่วงแรกๆแซนพูดเข้าหูฉันมากจนฉันเริ่มมีกำลังใจคว้ากระจกมาส่องดูหนังหน้าตัวเองแต่พอมันพูดจบปุบฉันอยากจะถวายบาทาให้มันแทนรีบคว้ากระจก

“-_-^^”

“(--)(_ _)(--)”

ไม่เชื่อแกไม่ต้องมาพยายามพยักหน้าเพื่อให้ฉันรู้สึกค้อยตามถึงแม้ตอนนี้จะเริ่มไม่แน่ใจก็เหอะ

“T^T”

 อยากร้องไห้อ่า นี่หน้าฉันไม่สวยเท่าเดิมมากขนาดนั้นเลยเหรอ อ๊ากกกพรุ่งนี้แกตายแน่อีกะเทยสองขั้ว

“ฮ่าๆๆๆๆนะนี่แกเชื่อฉันจริงๆเหรอ ฮ่าๆๆ น่าขำว่ะฮ่าๆๆ”

 อะไรนะยัยแซนมันเล่นละครหลอกฉันเหรอ กรี๊ดดดดดด ฉันยังสวยเหมือนเดิม เย้ๆๆๆ

“แกหลอกฉัน”ฉันถลึงตามองแซนตาราวกับเสื่อจ้องตะครุบเหยื่อ

“อาโย้โย๋ฉันล้อเล่นนิดเดียวแกอย่าซีเรียสสิเดี๋ยวไม่สวยนะ”

แน่ะมันยังมีหน้ามาแช่งใบหน้าฉันอีก แกอย่าอยู่เลยยัยแซนต้าหมาบิน

ผ่านไปสองชั่วโมงแห่งการไล่ล่า

“เหนื่อย  พอแล้วยอมๆๆ” แซนยกมือขึ้นยอมจำนนต่อฉันฮ่าๆๆให้มันฮู้ฮ่องว่าไผเป็นไผ(แปล:ให้มันรู้มั้งว่าใครเป็นใคร)

“เป็นดังข้อตกลงแกเลี้ยงข้าว ไอศกรีม  ขนม  คาราโอเกะฉัน ป่ะรีบไปกันเดี๋ยวไม่ทันเวลาห้างปิด”ฉันพูดจบก็จัดการลากยัยแซนที่กำลังยืนหอบแอนตะลึงอยู่ออกจากบ้านฮ่าๆๆวันนี้แกหมดตัวแน่

 แซนใช้เวลาเกือบชั่วโมงขับรถจากบ้านมาถึงห้างดังกลางกรุง ห้างนี้เป็นแหล่งสามัคคีชุมนุมของวัยรุ่นจริงๆมองไปทางไหนก็เจอแต่วัยรุ่นในชุดนักเรียนทั้งเอกชน รัฐบาล เทคนิค และชุดนักศึกษา แต่ที่น่าตื่นตาสำหรับคนต่างจังหวัดอย่างฉันก็คือตุ๊กตารูปร่างประหลาดตัวนึงจมูกเหมือนหมู  หูเหมือนกระต่ายภาพรวมๆแล้วมันน่าจะเป็นตุ๊กตาหมูกระต่าย มองแล้วน่ารักไปอีกแบบได้เห็นสัตว์สองชนิดรวมกันในร่างเดียวเอ๊ะรู้สึกว่ามันจะเป็นตุ๊กตานำเข้าจากเกาหลีด้วย

“ริมองอะไรอยู่อ่ะรีบไปกินข้าวเหอะ ธรรมชาติของท้องเริ่มร้องแล้ว” แซนดึงฉันเข้าอาหารไทยแห่งหนึ่ง

ตอนกลับฉันค่อยกลับไปซื้อแกก็ได้เจ้าหมูกระต่าย

“แซนเมื่อกี้แกเห็นตุ๊กตาหมูกระต่ายมั้ย”

“ไม่อ่ะมีด้วยเหรอตุ๊กตาหมูกระต่ายคงพิลึกน่าดู”

 พิลึกบ้านแกสิ  ยัยคนเถื่อนไร้อารมณ์ศิลป์มันออกจะน่าร้ากกกกกก

“เดี๋ยวแกก็รู้ว่ามันน่ารักแค่ไหนรีบกินสิเดี๋ยวตุ๊กตาหมูกระต่ายเดินหนีอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

“ยัยประสาท”

หลังทานอาหารโต๊ะหมดเรียบพร้อมจ่ายตังเสร็จฉันรีบดึงแขนแซนออกจากร้านมุ่งหน้าไปร้านตุ๊กตาเพื่อไปซื้อตุ๊กตาหมูกระต่ายพิลึกสำหรับแซนต้าแต่น่ารักสำหรับฉัน นั่นไงเห็นแล้ว  จังหวะเดียวกันที่ฉันมัวแต่มองตุ๊กตาโดยไม่ได้มองทางจึงทำให้ชนเข้าจังๆกับกลุ่มนักศึกษาชายกลุ่มหนึ่ง

 

ตุ้บ!  เพล้งงง!

มันคือเสียงแจกันแก้วตกจากมือของฝ่ายนั้นและแตกกระจายกับพื้น งานเข้าแล้วตู ดูเหมือนผู้ชายในชุดนักศึกษาคนนั้นจะโกรธมาก ง่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ

“เธอ! มีอะไรจะพูดมั้ย” ผู้ชายตรงหน้าถามฉันด้วยน้ำเสียงเย็นระเยือกราวกับกำลังกักเก็บความโกรธ

“เอนไซม์ใจเย็นก่อนบางทีน้องเค้าอาจไม่ตั้งใจก็ได้” พี่ผู้ชายหน้าตาตี๋ๆร้องห้ามเพื่อนใจร้อนก่อนจะโดนสายตาดุดันมองใส่

“ไบโอรีบหลุบปากแกเถอะว่ะ  แกก็เห็นแล้วไม่ใช่หรอเวลาเอนไซม์มันโกรธเป็นยังไง” ผู้ชายผมทองหน้าตาลูกครึ่งพูดพลางดึงผู้ชายหน้าตี๋ออกห่างจากฉันและผู้ชายนามว่าเอนไซม์

“เออฉันต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะค่ะพอดีพวกเรารีบน่ะค่ะ”แซนต้าพูดพร้อมกับพยักหน้าให้ฉันขอโทษตามเธอ

“ฉันขอโทษค่ะ ฉันรีบไปนะ” ฉันกำลังดึงมือแซนต้าเดินไปร้านตุ๊กตา ทว่ามือของผู้ชายตรงหน้ากลับจับแขนฉันไว้

“มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ”

พอพูดจบเขาก็ดึงแขนฉันพร้อมทั้งเดินนำทางออกจากห้าง ดะเดี๋ยวแล้วตุ๊กตาหมูกระต่ายฉันล่ะรอฉันก่อนนะหมูกระต่ายที่ร้ากกกกกกกกก

 นายน้ำย่อยลากฉันออกมาไกลถึงสวนสาธารณะแห่งนึงซึ่งฉันไม่รู้จักและนี่แหละคือข้อเสียเปรียบของเด็กต่างจังหวัดเวลาเข้ากรุง  เก้าสิบเก้าจุดเก้าๆๆๆๆเปอร์เซ็นจะไม่รู้จักทางหรือสถานที่ต่างๆในเมืองกรุงละเอียดมากเท่าเด็กเทพ(เด็กกรุงเทพนั่นแหละขี้เกียจเรียกมันยาวเกิน)

“จะเอายังไงพูดมา” คุณนักศึกษาชายนามว่าเอนไซม์หรือแปลไทยว่าน้ำย่อยเอ่ยถามขึ้นพลางเอามือเท้าเอว

“อะค่าเสียหาย ”

ถูกต้องในเมื่อฉันทำแจกันแก้วหมอนี่แตกฉันก็ต้องจ่ายค่าเสียหาย

“ง่ายไปมั้ง”

ง่ายอีกแล้วจะอะไรกันนักกันหนาว่ะ  แค่ทำแจกันแตกไม่ได้ข่มขืนแกสักหน่อยจะได้ต้องรับผิดชอบมากมายก่ายกรอง

“เรื่องมาก”

“เธอรู้มั้ยว่าแจกันแก้วใบนั้นราคาเท่าไหร่ยัยอ่อนด๋อย”

  กรี๊ดดดดดดดรับม่ายด้ายยยชื่อหน้าเกียจสิ้นดีอ่อนด๋อยงั้นเรอะคำว่าด๋อยแปลว่าด้อยขอบอกว่าฉันสวยครบเครื่องย่ะไม่มีส่วนไหนด้อย(ยกเว้นนิสัยแล้วกัน)

“ไม่รู้ ราคาเท่าไหร่ขอคำตอบด้วยคุณน้ำย่อย”

 เป็นไงอึ้งเลยค่ะปี้น้อง  อิอิ หื้อมันฮู้มั้งว่าคนสวยคือริก้า(ทำได้-_-^)

“เธอ! ช่างเถอะมาฟังสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบดีกว่า ^^”

รอยยิ้มแบบนี้อีกแล้วถ้าคนอื่นยิ้มฉันจะไม่ระแวงเลยยกเว้นนายคีย์กับนายน้ำย่อย

“อะไร”

“อีกสองวันทางมหาลัยฉันจะจัดนิทรรศการงานดนตรีและในงานทุกคนจะต้องมีคู่ควงไปด้วย” แล้วมันเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันต้องรับผิดชอบตรงไหน

“-.-^”

“อย่าพึ่งทำหน้างง ถ้ายังฟังไม่จบ ”

“งั้นรีบพูดมามัวชักช้าอยู่ใย”

“สิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบคือไปเป็นคู่ควงของฉัน”

 คู่ควงของนายน้ำย่อย โอโนนนนนน

“ไม่”

“แน่นอนเธอปฏิเสธไม่ได้เพราะแจกันที่เธอทำแตกราคามัน....” น้ำย่อยทำท่านับไม้นับมือคิดราคาแจกัน โธ่กะอีแค่แจกันมันไม่น่าจะเกินหนึ่งหมื่นหรอก

“ฉันว่ามันไม่เกิน...” เสียงฉันหายทันทีเมื่อรู้ราคาของไอ้แจกันเจ้าปัญหา

“สามล้าน” หา! สามล้านแจกันบ้าบออะไรราคาตั้งสามล้านเอ๊ะหรือว่าข้างในแจกันจะมีเพชรพลอยฝังอยู่

“โกหกแจกันบ้าอะไรแพงขนาดนั่น” ฉันเถียงตามหลักความเป็นจริง

“ตามใจถ้าเธอไม่เชื่อลองเดินเข้าไปถามร้านขายแจกันในห้างดูซิ” ไม่ต้องมาท้าฉันไปแน่ทว่าฉันกำลังก้าวเท้าเสียงของแซนกับพรรคพวกของนายน้ำย่อยก็ดังขึ้นมาก่อน

“เป็นไงมั้ง/เป็นไงมั้ง”ทั้งสามคนพูดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

“ฉันไม่เป็นอะไรแค่กำลังจับผิดคนขี้โกหกอยู่ มีอย่างที่ไหนมาขี้ตู่ว่าแจกันใบละสามล้านแจกันนะไม่ใช่เพชรไม่ใช่รถยนต์จะได้แพงแสนแพงและอีกอย่างนายคงนึกว่าฉันจะเชื่อเหรอฉันฉลาดย่ะ ส่วนเงินค่าแจกันแก้วฉันไม่รู้หรอกว่านายโกหกฉันหรือเปล่าแต่ถ้ามันราคาสามล้านจริงฉันขอถามหน่อยเหอะนายซื้อไปได้ไงเงินสามล้านอาจมีค่าน้อยสำหรับนายแต่กับเด็กยากจนที่ไม่มีอันจะกินมันมีค่าสูงมากนายควรใช้ซีรีบรัมคิดหน่อยนะก่อนจะซื้อไอ้แจกันหน้าเลือดนั่น ” ฉันร่ายยาวจนคนฟังถึงกับอ้าปากฮ้าวง่วงนอน

“เอนไซม์แกทำไรน้องเค้าเปล่าว่ะ”ผู้ชายผมทองหน้าตาลูกครึ่งถามขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันหยุดเทศน์เอ๊ยพูด เอ๊ะฉันว่าฉันรู้สึกคุ้นๆหน้าผู้ชายคนนี้จัง

“ไม่ได้ทำว้อย

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา