จัดหัวใจให้ลงรัก - - วางแผงแล้วค่ะ ^_^

จัดหัวใจให้ลงรัก - - วางแผงแล้วค่ะ ^_^

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อค้ำฟ้าถูกผู้เป็นแม่บังคับให้แต่งงานเพราะชะตากำลังขาดต้องมีดวงคู่ครองมาคอยหนุน พร้อมๆ กับ อริสา ที่ถูกผู้เป็นแม่บังคับให้แต่งงานเช่นกัน เพราะถูกทักว่าถ้าไม่แต่งภายใน 2 เดือนจะต้องขึ้นคาน...

ผู้เขียน ปาลินี ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

หน้า ดำเนินการ
หน้า : 1 Lucky in love จัดหัวใจให้ลงรัก
หน้า : 2 จัดหัวใจให้ลงรัก # 6
หน้า : 3 จัดหัวใจให้ลงรัก # 7
หน้า : 4 จัดหัวใจให้ลงรัก # 17
หน้า : 5 จัดหัวใจให้ลงรัก # 8
หน้า : 6 จัดหัวใจให้ลงรัก # 9
หน้า : 7 จัดหัวใจให้ลงรัก # 10
หน้า : 8 จัดหัวใจให้ลงรัก # 11
หน้า : 9 จัดหัวใจให้ลงรัก # 12
หน้า : 10 จัดหัวใจให้ลงรัก # 13
หน้า : 11 จัดหัวใจให้ลงรัก # 14
หน้า : 12 จัดหัวใจให้ลงรัก # 15
หน้า : 13 จัดหัวใจให้ลงรัก # 16
หน้า : 14 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 15 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 16 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 17 18
หน้า : 18 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 19 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 20 จัดหัวใจให้ลงรัก # 19
หน้า : 21 จัดหัวใจให้ลงรัก # 20
หน้า : 22 จัดหัวใจให้ลงรัก # 21
หน้า : 23 จัดหัวใจให้ลงรัก # 23
หน้า : 24 จัดหัวใจให้ลงรัก # บทนำ
หน้า : 25 จัดหัวใจให้ลงรัก # 1
หน้า : 26 จัดหัวใจให้ลงรัก # 2
หน้า : 27 จัดหัวใจให้ลงรัก # 3
หน้า : 28 จัดหัวใจให้ลงรัก # 4
หน้า : 29 จัดหัวใจให้ลงรัก # 5
หน้า : 30 .
หน้า : 31 จัดหัวใจให้ลงรัก # 22

จัดหัวใจให้ลงรัก # 5

ตอนที่ 5

ประตูห้องพักของโรงพยาบาลถูกเปิดออกพร้อมด้วยคุณอมรยศ คุณกัญจนาและเหนือเมฆเดินเข้ามาด้านใน ค้ำฟ้านอนอยู่บนเตียงของห้องพักพิเศษนั้น ข้อเท้าขวามีผ้าพันไว้จนหนาเช่นเดียวกับที่ศีรษะซึ่งมีผ้าพันแผลสีขาวพันอยู่“แม่เตือนแล้วก็ไม่เชื่อ นี่ถ้าหลบไม่ทันจะเป็นยังไงนะ” คุณกัญจนาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนใจ สีหน้ากระวนกระวาย ค้ำฟ้าเหลือบมองผู้เป็นแม่แวบหนึ่งก่อนจะหันไปสบตากับคุณอมรยศ ผู้เป็นพ่อคุณอมรยศ หนุ่มใหญ่วัยใกล้หกสิบ แต่รูปร่างและหน้าตายังดูหนุ่มกว่าอายุจริงมาก ผมของเขายังเป็นสีดำสนิท หนุ่มใหญ่ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย “ถ้าทำอะไรแล้วแม่เขาสบายใจ ฟ้าก็น่าจะทำตามนะ” ผู้เป็นพ่อแนะนำเสียงเรียบ ค้ำฟ้าตาค้าง ผู้ช่วยชีวิตของเขาไม่คล้อยตามเขาเสียแล้ว“อะไรนะครับคุณพ่อ นี่...นี่คุณพ่อก็เห็นด้วยหรือครับ”“แค่สามเดือนเองพี่ฟ้า เคราะห์กรรมต่างๆ มันจะได้หมดไป” น้องชายสนับสนุนอีกเสียง“แกไปอยู่เองสิ” พี่ชายพูดเสียงขุ่น “แกไม่ได้เป็นฉันไม่รู้หรอกว่าวันแรกที่ฉันเจอยัยนั่นเกิดอะไรขึ้น เขาจับฉันทุ่มลงพื้นแข็งๆ หลังฉันแทบหัก แล้วนี่คุณแม่จะให้ไปอยู่ร่วมบ้านกัน มีหวัง...”“หยวนๆ ละกัน ตอนเด็กๆ พี่ฟ้าก็ชอบแกล้งเขาไม่ใช่เหรอ เขาเอาคืนนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ก็ถือว่าใจดีแล้วนะ”“ไอ้เมฆ” พี่ชายเรียกเสียงเขียวอีกครั้ง เหนือเมฆยักไหล่ไม่เดือดร้อนกับน้ำเสียงที่เสียงนั้นแต่พูดต่อไปว่า“หรือไม่จริงล่ะ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าน้องอรกลัวนู่นกลัวนี่ พี่ฟ้าก็ยังแกล้งให้ร้องไห้อยู่ได้ แต่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น น้องอรเขาไม่รู้นี่ว่าพี่ไม่ใช่ขโมยจริงๆ เขาทำเพราะไม่รู้ ไม่เหมือนพี่ ที่รู้อยู่แล้วแต่ก็ยังทำ” เงียบ...เพราะสิ่งที่น้องชายพูดเป็นความจริงทุกอย่าง“จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนะฟ้า เราไม่ได้แต่งกับเขาจริงๆ สักหน่อย แค่มาอยู่ด้วยกันเพื่อแก้ดวง สามเดือนเท่านั้น เดี๋ยวเดียวก็ครบแล้ว” ผู้เป็นพ่อย้ำมาอีก“แต่ผมไม่อยากอยู่กับผู้หญิงคนนั้นนี่ครับ” ลูกชายพูดเสียงอ่อย“แล้วพี่คิดว่าน้องอรเขาอยากอยู่กับพี่หรือไง” น้องชายย้อนถาม “ฟังจากที่คุณแม่เล่าให้ฟังแล้ว ผมว่า น้องอรเขาไม่อยากอยู่ร่วมบ้านกับพี่ มากกว่าที่พี่ไม่อยากอยู่กับเขาอีกนะ”“ไอ้เมฆ” ค้ำฟ้าทำได้เพียงเรียกชื่อของน้องชายด้วยน้ำเสียงข่มๆ เท่านั้น เพราะที่น้องชายพูดก็ถูกอีกนั่นแหละ ท่าทางของอริสาที่เขาเห็นนั้น ดูไม่ยินดียินร้ายเลยเมื่อรู้ว่าคนที่ต้องอยู่ด้วยคือเขา“หรือว่า...ที่พี่ฟ้าไม่อยากอยู่ใกล้น้องอรเพราะกลัวตัวเองจะหวั่นไหว ตอนเด็กๆ ผมจำได้ว่าพี่ฟ้าเคยชมน้องอรว่าน่ารัก”“นั่นมันเมื่อตอนเด็กๆ ไม่ใช่ตอนนี้ แล้วฉันนี่นะจะหวั่นไหวกับยัยนั่น ฮึ่ม!! เขาต่างหากที่ต้องหวั่นไหวเมื่อต้องอยู่ใกล้ๆ ฉัน”“ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะกลัวอะไร เว้นแต่จะพูดไม่จริงตามที่คิด” น้องชายยั่วมาอีก“ฉันไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว ต่อให้มีผู้หญิงคนเดียวในโลกฉันก็ไม่สนใจ...คุณแม่ครับ ผมยอมอยู่ตามข้อตกลงสามเดือน จะได้รู้กันไปเลยว่าใครจะเป็นคนที่หวั่นไหวกันแน่” ค้ำฟ้าหันไปพูดกับผู้เป็นด้วยความโมโหน้องชาย คุณกัญจนาหน้าชื่นขึ้นมาทันที“ได้จ้ะได้ ฟ้าตกลงจริงๆ นะ ห้ามเปลี่ยนใจนะ” “คำไหนคำนั้นครับคุณแม่” พูดย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงมาดมั่นพร้อมมองน้องชายอย่างท้าทาย เหนือเมฆพยักหน้าขึ้นลงอย่างพอใจก่อนลอบส่งสายตากับผู้เป็นแม่ที่ยืนอมยิ้มอยู่ใกล้ๆ “ส่วนรถคันนั้น เป็นของนางแบบที่ชื่อแนนนี่ เขาบอกว่ามองไม่เห็นคนที่เดินอยู่ และตอนนั้นก็รีบมากเพราะต้องไปทำงาน ฟ้าจะให้ทำยังไงลูก แม่จะได้ไปบอกตำรวจ” คุณกัญจนาถาม ชายหนุ่มนิ่งไปครู่ ความโกรธคุกกรุ่นอยู่ในหัว นี่แนนนี่จะฆ่าเขาเลยหรืออย่างไร ก่อนจะสงบจิตสงบใจให้นิ่งไว้ เขาเป็นคนก่อเรื่องพวกนี้ขึ้นมาเอง ถ้าการที่ต้องเจ็บตัวแบบนี้แล้วแนนนี่เลิกยุ่งกับเขาได้ก็ถือว่าคุ้ม“ผมไม่เอาเรื่องครับ ไม่ได้เป็นอะไรมาก”... แค่หัวแตกและข้อเท้าแพลงจนต้องนอนโรงพยาบาลเท่านั้น“งั้นพ่อกับแม่และน้องกลับก่อนนะ ฟ้าจะได้พักผ่อน ต่อไปเรื่องร้ายๆ คงหมดไปแล้วล่ะ” คุณอมรยศพูดขึ้นเมื่อเข้ามาเยี่ยมนานพอสมควรแล้ว คุณกัญจนาไม่ขัดข้อง เธอเข้าไปลูบหน้าลูบหลังค้ำฟ้าพร้อมอวยพรให้เขาหายดี

ภายในวัดอันสงบร่มรื่น ต้นไม้ที่ปลูกไว้ตลอดสองข้างทางสูงใหญ่ให้ร่มเงา ใต้ต้นไม้ใหญ่มีโต๊ะม้าหินอ่อนวางไว้สำหรับนั่งพักผ่อน อุโบสถหลังใหญ่ซึ่งประดิษฐานองค์พระสีทองอร่ามเป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนที่ต่างทยอยมาสักการะไม่ได้ขาด ทำให้รู้ว่าวัดแห่งนี้เป็นที่นิยมมากแค่ไหนเมธาวัสและอริสาเดินออกจากตัวอุโบสถหลังจากนมัสการองค์พระใหญ่เรียบร้อยแล้ว วันนี้เพื่อนชายคนสนิทชวนหญิงสาวมาทำบุญสะเดาะเคราะห์เพราะเห็นว่าเพื่อนต้องเจอแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องมาตลอดทั้งอาทิตย์“คงสบายใจขึ้นแล้วนะ” เมธาวัสถามเมื่อพาตัวเองมานั่งพักบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา อริสาพยักหน้าแต่สีหน้าก็ยังไม่ดีขึ้น“ทำไมแกถึงไม่ทำตามที่คุณหญิงแม่บอกสักครั้งล่ะ ความจริงอยู่ด้วยกันแค่สามเดือนเท่านั้น ไม่น่าจะมีปัญหานะยัยอร” เพื่อนชายถาม อริสาถอนใจเฮือกใหญ่“ก็ฉันไม่ได้รักไม่ได้ชอบเขาสักหน่อย แถมเกลียดกันอีกต่างหาก จะให้อยู่ด้วยกันได้ยังไง มีหวัง ฆ่ากันตายพอดี”“แต่ฉันว่าดีสักอีกนะ แกคิดดูสิ แกเข้าไปอยู่บ้านนั้น ก็เท่ากับว่าแกจะได้เจอกับคุณเมฆด้วยนะ อยู่บ้านเดียวกันความสนิทสนมก็ต้องตามมาอยู่แล้ว จะได้เรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกันด้วยยังไงล่ะ”  “พูดถึงพี่เมฆ แกคิดว่าเขาจะเข้าใจฉันผิดหรือเปล่า ถ้าฉันต้องไปอยู่กับพี่ชายเขาน่ะ” อริสาพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ เมธาวัสรีบส่ายหน้าทันที“ไม่หรอก เขาก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าที่แกต้องไปอยู่กับพี่ชายเขาเพราะต้องการแก้ดวง ไม่ได้รักไม่ได้ชอบกันสักหน่อย แต่พูดก็พูดเถอะ ฉันว่าที่แกกับเขาไม่ถูกกันอย่างนี้ก็ดีไปอีกแบบนะ เพราะแกจะได้ไม่ต้องระแวงว่าเขาจะมาทำอะไร แล้วเขาก็จะได้ไม่ระแวงว่าแกจะทำอะไรเขาด้วย”“ฉันจะไปทำอะไรเขาได้ ฉันเป็นผู้หญิงนะ แล้วเขาก็ตัวโตกว่าฉันตั้งเยอะ” เพื่อนสาวแย้ง“แล้วที่บอกว่าจับเขาทุ่มลงพื้นเพราะคิดว่าเป็นขโมยนั่นล่ะ แกไม่ได้ทำเขาหรือไง แกไม่ได้พิศวาสเขา และเขาก็ไม่ได้พิศวาสแกด้วย แบบนี้อยู่ด้วยกันง่ายจะตายไป” เมธาวัสพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไร้ปัญหา“แต่ตอนเด็กๆ เขาชอบแกล้งฉันที่สุดเลยนะ” หญิงสาวยังคงอิดออดหาข้ออ้าง คราวนี้เพื่อนชายใจสาวหัวเราะเสียงดัง“นั่นมันตอนเด็กๆ มาเจอแกตอนนี้คงไม่กล้าทำแบบนั้นแล้วล่ะ หรือถ้าจะแกล้งอีก แกจะกลัวอะไรมีวิชาอยู่กับตัวสักอย่าง” เพื่อนถาม อริสาพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ อย่างเห็นด้วย“อีกอย่างนะอร แกก็ใช้โอกาสนี้แกล้งกลับซะเลยสิ ฉันว่าเขาก็คงเกรงๆ แกอยู่บ้างล่ะ หลังจากเจอเหตุการณ์ในวันนั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่เรียกแกว่าตัวอันตรายหรอก” เมธาวัสแนะนำมาอีก อริสาพยักหน้าอีกครั้งพร้อมยิ้มอย่างมีแผนการ“นั่นสิ ตอนเด็กๆ ชอบแกล้งฉันดีนัก คราวนี้ฉันจะเอาคืนให้สาสมไปเลย อย่าได้เฉียดเข้ามาใกล้ฉันเด็ดขาดไม่งั้นแม่จับทุ่มให้หลังหักจริงๆ ด้วย” หญิงสาวพูดอย่างมาดมั่น เมธาวัสยิ้มอย่างพอใจ“ตกลงว่าแกยอมไปอยู่กับเขาแล้วใช่ไหม” เพื่อนชายถามย้ำ“ใช่ ฉันจะใช้โอกาสนี้แก้แค้นที่เขาเคยทำกับฉันเมื่อตอนเด็กๆ และก็จะใช้โอกาสตีสนิทกับพี่เมฆเพื่อศึกษานิสัยใจคอ”“นั่นไง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว ทั้งแก้ดวง ได้แก้แค้นและได้ตีสนิทกับคุณเมฆด้วย” เพื่อนสนับสนุนเต็มที่ อริสาหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความมั่นใจส่วนเมธาวัสนั้นลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่สามารถกล่อมเพื่อนสนิทได้ คราวนี้คุณหญิงแม่คงดีใจและหายกังวลเสียที  สองวันก่อนคุณพรพรรณไปหาเมธาวัสถึง ‘เมธานีสปา’ เพื่อขอร้องให้เขาช่วยพูดกับอริสาเพื่อให้ยอมตกลงอยู่กับค้ำฟ้า เจ้าของสปาหรูทั้งเคารพและเกรงใจคุณพรพรรณเพราะถ้าไม่มีคุณหญิงแม่ของเพื่อนสนิท ร้านสปาของเขาคงไม่เป็นที่รู้จักในหมู่คนดังทั้งหลาย ลูกค้าระดับบิ๊กของร้านส่วนใหญ่ได้รับการแนะนำมาจากคุณพรพรรณทั้งสิ้น ในเมื่อคุณหญิงแม่มีบุญคุณกับเขาถึงขนาดนี้ อะไรที่เขาช่วยได้ เขาก็จะช่วยและต้องทำให้สำเร็จให้ได้

 

ดวงตาคมภายใต้คิ้วหนาดกของเหนือเมฆมองโต๊ะทำงานของพี่ชายด้วยความรู้สึกระอาปนเหนื่อยหน่ายใจ คิ้วหนาดกของเขาขมวดเข้าหากัน บนโต๊ะไม้สีบีชตัวใหญ่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารหลายแฟ้ม ทุกแฟ้มยังไม่ได้เปิดอ่านเลยสักนิด เขาหันไปถามทางสายตากับเลขาหน้าห้องของพี่ชายนวลอนงค์ เลขาสาวใหญ่วัยสามสิบปลาย หลบสายตารองกรรมการผู้จัดการวูบ สีหน้ามีเค้าของความยุ่งยากใจ เธอยืนอึกอักแทบจะขอตัวออกจากห้องนับร้อยครั้งแล้ว“ตกลงว่าเขาไปไหนครับ” เจ้านายถามเสียงเข้มอีกครั้ง เท่าที่จำได้เขาถามประโยคนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว“เอ่อ...คือ คือว่า” นั่นคือประโยคเดียวที่เขาได้รับจากคำถามทั้งสามครั้ง“หนีงานอีกจนได้ ทำไมคุณนวลถึงไม่ห้ามครับ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่งานจะเดิน เรื่องค้างอยู่ที่กรรมการแบบนี้”“นวลเป็นแค่เลขานะคะคุณเมฆ ไม่มีสิทธิ์ไปห้ามคุณฟ้าเธอได้หรอกค่ะ ถ้าเธอจะไปจริงๆ” นวลอนงค์พูดเสียงอ่อย“แล้วเขาไปไหนครับ” คำถามเดิมถูกถามอีกครั้ง“คุณฟ้าไม่ได้แจ้งค่ะ แค่บอกว่าจะออกไปข้างนอกเท่านั้น”เหนือเมฆหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กจากกระเป๋ากางเกงมากดหาเบอร์พี่ชายทันที เสียงสัญญาณรอสายดังอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสายไป เขาไม่ยอมแพ้กดโทรออกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เสียงรอสายถูกตัดไปเอง แสดงว่าค้ำฟ้าไม่ต้องการรับโทรศัพท์จากเขา“เขาไม่รับ” ชายหนุ่มพูดลอยๆ คล้ายว่าพูดกับตัวเองมากกว่าจะบอกเลขา “ไม่เป็นไรครับ ยกแฟ้มทั้งหมดไปที่ห้องผม เดี๋ยวผมจะดูเอง” รองกรรมการตัดปัญหาก่อนจะพาร่างสูงของตัวเองออกจากห้องทำงานของพี่ชาย นวลอนงค์ลอบถอนหายใจพร้อมทั้งหอบแฟ้มบางส่วนเท่าที่จะถือได้ไปยังห้องทำงานของเหนือเมฆ

 

น้องชายจะมีสีหน้าอย่างไร และงานที่กองท่วมโต๊ะอยู่นั้นใครจะเป็นคนทำ ค้ำฟ้าไม่สนใจ เพราะตอนนี้เขากำลังมีความสุขกับการมาเดินเล่นกับซินดี้ ที่เพิ่งกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง แถมยังสะใจอยู่เล็กๆ ที่น้องชายไม่สามารถติดต่อเขาได้“มีผ้าขาวๆ ติดที่ขมับของฟ้าแบบนี้ตลกจังเลยค่ะ” ซินดี้พูดด้วยรอยยิ้มระหว่างที่นั่งทานอาหารกลางวันในร้านอาหารแห่งหนึ่งกลางห้างดังห้างสรรพสินค้าที่ไม่ใช่ The Great Mall เพื่อหลีกเลี่ยงการตามตัวกลับไปทำงาน น้องชายของเขาแจ้งไปยังผู้จัดการของห้างทุกสาขา ว่าถ้าเห็นค้ำฟ้าไปเดินที่สาขาใดให้โทรรายงานด่วน ทำให้เขาต้องเลือกเดินห้างอื่นแทน“ซินดี้อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ผมยิ่งไม่มั่นใจอยู่ จะเป็นแผลเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ หมดหล่อกันพอดี” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลจริงๆ พลางลูบขมับซึ่งมีผ้าก๊อสปิดอยู่ ซินดี้หัวเราะคิก“ซินดี้พูดเล่นค่ะ เย็บไม่กี่เข็มไม่ทำให้ความหล่อลดลงไปหรอกค่ะ แต่ถ้าจะลดลงบ้างก็ดีนะคะ ซินดี้จะได้ไม่ต้องห่วงมาก” ท้ายประโยคนางแบบสาวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“จะต้องห่วงอะไรอีกครับ บอกแล้วไงผมรักซินดี้คนเดียว”“แล้วถ้าเราต้องห่างกันไปนานๆ ล่ะคะ”“ผมก็ยังเหมือนเดิม ดูอย่างตอนที่ซินดี้ไปอิตาลีนั่นสิครับ ผมก็ยังรักคุณอยู่”“แต่ฟ้าก็แอบไปคบกับยัยแนนนี่ระหว่างที่ซินดี้ไม่อยู่”ค้ำฟ้าถึงกับสำลักน้ำที่เพิ่งยกขึ้นดื่ม ไม่น่าพูดอะไรให้เข้าตัวแบบนี้ด้วย ชายหนุ่มนึกโทษตัวเอง“โธ่!! ซินดี้ เรื่องมันผ่านไปแล้วนะครับ อย่าไปพูดถึงมันเลย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ อย่างไม่ถือเป็นสาระ แต่เริ่มรู้สึกว่ามีเหงื่อซึมบริเวณข้างขมับจนต้องลอบปาดออก“แล้วเรื่องรถคันนั้นล่ะคะ จับได้หรือเปล่า” ซินดี้ถามอย่างนึกขึ้นได้ ค้ำฟ้าอ่ำอึ่งเล็กน้อยก่อนพูดเสียงเบา“ได้แล้วครับ รถของแนนนี่ แต่ผมไม่อยากเอาเรื่อง ให้มันผ่านไปดีกว่า”“ฟ้าใจดีเกินไปหรือเปล่าคะ”“ผมตกลงกับแนนนี่แล้วครับ ผมไม่เอาเรื่องโดยมีข้อแม้ว่าเขาต้องเลิกยุ่งกับผม ก็ถือว่าคุ้ม ต่อไปจะได้หมดเรื่องกันซะที”“ขอให้เลิกยุ่งกันจริงๆ เถอะค่ะ” “วันนี้ผมเห็นซินดี้อารมณ์ดีจัง มีเรื่องอะไรดีๆ หรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มถามเปลี่ยนเรื่อง สีหน้าของซินดี้เริ่มมีรอยยิ้มอีกครั้ง“มีค่ะ มีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ฟ้าอยากฟังข่าวไหนก่อนคะ” ดวงตาคมหวานของชายหนุ่มหรี่มองเธอ คิ้วหนาของเขาขมวดเข้าหากันก่อนพูด“อยากฟังข่าวที่ไม่ทำร้ายจิตใจของผมครับ แต่ดูจากสีหน้าแล้ว เรื่องร้ายคงไม่ใช่เรื่องร้ายแรงใช่ไหมครับ”“จริงๆ มันเป็นข่าวดีทั้งสองข่าวนั้นแหละค่ะ แต่ไม่รู้ว่าฟ้าจะดีใจกับซินดี้หรือเปล่า”“เรื่องไหนที่ทำให้ซินดี้อารมณ์ดีและมีความสุข ผมก็ดีใจทั้งนั้นแหละครับ ตกลงว่าเรื่องอะไรครับ ขอข่าวดีก่อนละกัน”“มีคนมาติดต่อให้ซินดี้ไปเดินแบบค่ะ ห้องเสื้อระดับโลกเลยนะคะ ความฝันของซินดี้เป็นจริงแล้วนะคะฟ้า”“ผมดีใจด้วยความ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม ใบหน้าคมมองนางแบบสาวด้วยความยินดี ก่อนจะถามต่อ“แล้วเรื่องร้ายล่ะครับ”“ซินดี้ต้องไปอยู่ฝรั่งเศสสองเดือนค่ะ และอาจต้องไปญี่ปุ่นอีกหนึ่งเดือนด้วย” นางแบบสาวพูดด้วยน้ำเสียงละห้อย ค้ำฟ้าค่อยๆ ยืดตัวขึ้นมองเธอตาไม่กะพริบก่อนถามช้าๆ อีกครั้ง“อะไรนะครับซินดี้ ไปอยู่ฝรั่งเศสสองเดือน ญี่ปุ่นอีกหนึ่งเดือนหรือครับ”ซินดี้พยักหน้าด้วยใบหน้าอ่อยๆ เตรียมรับคำต่อว่าต่อขานของเขาอย่างเต็มที่“ผมดีใจที่สุดแล้วครับ โอ๊ย! ทำไมโชคดีอย่างนี้นะ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่ารู้สึกแบบนั้นจริงๆ ซินดี้ถึงกับหน้าเหวอเมื่อเห็นเขาแสดงความดีใจออกนอกหน้าถึงขนาดนี้“ฟ้าดีใจมากขนาดนี้เลยหรือคะ”ค้ำฟ้าชะงัก ก่อนจะค่อยๆ หุบรอยยิ้มให้เล็กลง แต่ใบหน้าคมสันนั้นยังแสดงความดีใจอยู่“ฟ้าคงอยากให้ซินดี้ไปอยู่ไกลๆ และไปนานๆ ใช่ไหมคะ” นางแบบสาวถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“ไม่ใช่ครับไม่ใช่ คือ...ผมดีใจต่างหากที่ความฝันของซินดี้เป็นจริง แถมยังได้ทำงานกับห้องเสื้อระดับโลกด้วย สร้างชื่อให้กับตัวเองและประเทศ” ฝรั่งเศสสองเดือน ญี่ปุ่นอีกหนึ่งเดือน รวมกันก็เป็นสามเดือนพอดี ทำไมถึงได้โชคดีแบบนี้ สองสามวันที่ผ่านมาเขาคิดไม่ตกเรื่องที่ต้องอยู่กับอริสาเพื่อแก้ดวง คำพูดสารพัดถูกตระเตรียมไว้เพื่อบอกกับเธอ แต่ยังไม่ได้เริ่มพูด ซินดี้ก็นำข่าวดีมาบอกเขาแล้วนี่ขนาดแค่คิดจะอยู่เพื่อแก้ดวง โชคยังเข้าข้างขนาดนี้ นี่ถ้าต้องอยู่ด้วยกันจริงๆ ความซวยและเคราะห์ต่างๆ คงหมดไปจริงๆ ...เขาเริ่มเชื่อตามที่คุณกัญจนา ผู้เป็นแม่บอกแล้วสิ“จะไปเมื่อไหร่ครับ” “อาทิตย์หน้าค่ะ ซินดี้เพิ่งทราบข่าวสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้เองค่ะ”“ไปอยู่โน่นตลอดเลยหรือเปล่าครับ” ค้ำฟ้าถามด้วยน้ำเสียงมีความหวัง ซินดี้มองใบหน้าคมคายที่แสดงความดีใจนั้นด้วยความน้อยใจ“ฟ้าพูดเหมือนว่าอยากให้ซินดี้อยู่ที่โน่นเลย”“เปล่าครับ ผมแค่ถามดูเท่านั้น จะได้มารับซินดี้ถูกไงครับ อยากให้ซินดี้เห็นผมเป็นคนแรกเวลาที่มาถึงเมืองไทย” ชายหนุ่มรีบพูดพร้อมยิ้มเอาใจ“ไปๆ กลับๆ ค่ะ ต้องดูคิวงานอีกที แต่พี่เขาบอกว่าอาจไปสองอาทิตย์เว้นอาทิตย์ อะไรอย่างนั้นคะ ถ้าซินดี้จะกลับ ซินดี้จะโทรบอกฟ้าคนแรกเลยค่ะ”“สัญญานะครับ” เขาย้ำ“ค่ะ สัญญา” หญิงสาวยกนิ้วก้อยขึ้นพร้อมจับนิ้วก้อยของเขาขึ้นมาเกี่ยว

ค้ำฟ้าถอนใจอย่างปลอดโปร่งใจ เพราะนอกจากจะไปรับเธอแล้ว เขายังจะได้เตรียมตัวถูกด้วย ทำไมอะไรๆ มันถึงได้ลงล็อกแบบนี้นะ ชายหนุ่มคิดอย่างอารมณ์ดี

 

.............................

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา