จัดหัวใจให้ลงรัก - - วางแผงแล้วค่ะ ^_^

จัดหัวใจให้ลงรัก - - วางแผงแล้วค่ะ ^_^

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อค้ำฟ้าถูกผู้เป็นแม่บังคับให้แต่งงานเพราะชะตากำลังขาดต้องมีดวงคู่ครองมาคอยหนุน พร้อมๆ กับ อริสา ที่ถูกผู้เป็นแม่บังคับให้แต่งงานเช่นกัน เพราะถูกทักว่าถ้าไม่แต่งภายใน 2 เดือนจะต้องขึ้นคาน...

ผู้เขียน ปาลินี ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

หน้า ดำเนินการ
หน้า : 1 Lucky in love จัดหัวใจให้ลงรัก
หน้า : 2 จัดหัวใจให้ลงรัก # 6
หน้า : 3 จัดหัวใจให้ลงรัก # 7
หน้า : 4 จัดหัวใจให้ลงรัก # 17
หน้า : 5 จัดหัวใจให้ลงรัก # 8
หน้า : 6 จัดหัวใจให้ลงรัก # 9
หน้า : 7 จัดหัวใจให้ลงรัก # 10
หน้า : 8 จัดหัวใจให้ลงรัก # 11
หน้า : 9 จัดหัวใจให้ลงรัก # 12
หน้า : 10 จัดหัวใจให้ลงรัก # 13
หน้า : 11 จัดหัวใจให้ลงรัก # 14
หน้า : 12 จัดหัวใจให้ลงรัก # 15
หน้า : 13 จัดหัวใจให้ลงรัก # 16
หน้า : 14 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 15 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 16 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 17 18
หน้า : 18 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 19 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 20 จัดหัวใจให้ลงรัก # 19
หน้า : 21 จัดหัวใจให้ลงรัก # 20
หน้า : 22 จัดหัวใจให้ลงรัก # 21
หน้า : 23 จัดหัวใจให้ลงรัก # 23
หน้า : 24 จัดหัวใจให้ลงรัก # บทนำ
หน้า : 25 จัดหัวใจให้ลงรัก # 1
หน้า : 26 จัดหัวใจให้ลงรัก # 2
หน้า : 27 จัดหัวใจให้ลงรัก # 3
หน้า : 28 จัดหัวใจให้ลงรัก # 4
หน้า : 29 จัดหัวใจให้ลงรัก # 5
หน้า : 30 .
หน้า : 31 จัดหัวใจให้ลงรัก # 22

จัดหัวใจให้ลงรัก # 4

ตอนที่ 4

“แกคิดดูนะ คุณแม่จะให้ฉันไปอยู่กับคนแบบนั้น ไม่ยอม ยังไงๆ ก็ไม่ยอม” อริสาคร่ำครวญพร้อมชกหมอนอิงที่กอดอยู่อย่างอัดอั้น

“ไม่เห็นต้องคิดมากเลย อยู่ๆ ไปเถอะ แค่สามเดือนเท่านั้น คิดอะไรมากนะ” เมธาวัสแนะด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ

เกือบครึ่งชั่วโมงที่อริสาเดินเข้ามานั่งในห้องรับแขกแบบส่วนตัวของร้าน ‘เมธานีสปา’ เจ้าหล่อนยังไม่พูดประโยคอื่นเลย นอกจาก ‘ไม่ยอม ไม่ยอม’ อยู่อย่างนั้น

“ถ้าเป็นพี่เมฆฉันจะรีบย้ายตัวเองเข้าไปอยู่ในบ้านน้ากัญทันที แต่นี่มัน มัน...มันไม่ใช่”

“ถึงยังไงก็เป็นพี่น้องกันไม่ใช่เหรอ จะพี่หรือน้อง ก็เหมือนกันนั่นแหละ” เพื่อนชายใจสาวยังแนะนำต่อ

“ไม่เหมือนกัน ต่างกันสุดโลกเลยทีเดียว พี่เมฆทั้งสุภาพ หล่อ เท่ อ่อนโยน ส่วนอีตาพี่ชายกลับเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น พี่เมฆบอกว่าตอนเด็กๆ ชอบแกล้งฉันที่สุด แกคิดดูสิ นิสัยไม่ดีตั้งแต่เด็กๆ”

“แต่ถ้าแกไม่ยอม แกจะเจอแต่คนไม่จริงใจ มีเรื่องผิดใจกับคนโน่นคนนี้นะ”

“ฉันยอมผิดใจกับคนทั้งโลกดีกว่าอยู่กับคนแบบนั้น”

“ที่สำคัญแกจะขึ้นคานนะยัยอร” เมธาวัสทำน้ำเสียงให้ตื่นเต้นกระตุ้นอีกครั้ง แต่ฝ่ายนั้นกลับยักไหล่ให้

“ไม่กลัวย่ะ ฉันมีงาน มีความรู้ ทำไมต้องง้อใครด้วย”

“แกไม่กลัว แล้วคุณหญิงแม่ไม่กลัวเหมือนแกหรือเปล่าล่ะ อีกอย่าง แกสัญญากับคุณหญิงแม่ไปแล้วนะ” เมธาวัสย้อนถาม อริสาหน้าเหี่ยวลงเล็กน้อย

 

เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนพนักงานในชุดสีฟ้าอ่อนจะเปิดประตูเข้ามา

 

“คุณเมย์คะ คุณชาญชัยมาถึงแล้วค่ะ” พนักงานคนนั้นรายงาน เมธาวัสขยับตัวลุกจากโซฟา

“เดี๋ยวฉันออกไปหาลูกค้าก่อนนะ”

“ชาญชัยไหนเหรอ หนุ่มใหญ่เจ้าของหมู่บ้านแถวรังสิตหรือเปล่า” อริสาถาม เพื่อนชายใจสาวพยักหน้า

“ถูกต้องแล้วจ้ะ เขาโทรมานัดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ลูกค้ารายใหญ่ต้องออกไปต้อนรับเสียหน่อย”

“งั้นฉันไปด้วย เคยสัมภาษณ์เขาเมื่อสองสามเดือนก่อน ขอออกไปทักทายหน่อย” หญิงสาวลุกขึ้นเดินตามเมธาวัสออกจากห้องรับรองนั้น

 

ร้าน ‘เมธานีสปา’ เป็นสปาหรูห้าดาวที่มีการบริการแบบครบวงจรตั้งแต่หัวจรดเท้า รวมทั้งยังมีคอร์สเจ้าสาว คอร์สนางงามบริการอีกด้วย รูปแบบการจัดแต่งร้านผสมผสานระหว่างความเป็นไทยด้วยเครื่องเรือนลายไม้และลายกนกดูมีมนต์ขลังแต่ก็คงความหรูหราด้วยความเป็นสากลจากชุดรับรองที่สั่งตรงจากนอก ภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเครื่องหอมชั้นดี อุปกรณ์ทุกชิ้นที่ให้บริการอยู่ในระดับเกรดเอทั้งสิ้น ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านจึงเป็นบรรดาไฮโซและบุคคลมีชื่อเสียง

เมธาวัสเดินออกไปต้อนรับลูกค้าคนสำคัญด้วยความสนิทสนม พร้อมเหลือบมองสาวสวยข้างตัวของชาญชัยซึ่งดูยังไงๆ ก็ไม่เหมือนคนเก่าที่เคยควงมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน

เจ้าของสปายิ้มพราย หนุ่มใหญ่เจ้าของหมู่บ้านนับสิบโครงการเปลี่ยนคู่ควงเหมือนเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจริงๆ คู่ควงคนนี้เป็นคนที่สิบสองสิบ เมธาวัสจำได้ เพราะจำนวนคนเท่ากับจำนวนครั้งเขามารับบริการที่นี่

“สวัสดีค่ะคุณชาญ” อริสาทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ชาญชัยมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเธอ

“อ้าว! คุณริสา มาทำสปาที่นี่เหมือนกันหรือครับ” หนุ่มใหญ่ถามด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก อริสาเป็นผู้หญิงสวยก็จริง แต่บุคลิกอย่างเธอดูแล้วไม่น่ารักสวยรักงามถึงขนาดพาตัวเองเข้าร้านสปาหรูแบบนี้

เขายังจำครั้งแรกที่เจอกับเธอได้ ผู้ชายที่เจอผู้หญิงมาเยอะอย่างเขารู้ได้โดยทันทีว่าเธอเป็นคนไม่แต่งหน้า แก้มทั้งสองข้างระเรื่อเป็นสีชมพูอ่อนๆ ที่เกิดจากเส้นเลือดฝาด เช่นเดียวกับริมฝีปากอิ่มที่แดงอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยลิปสติกเป็นตัวช่วย ชุดที่สวมในวันนั้นกับวันนี้ไม่แตกต่างกันนัก เสื้อยืดพอดีตัวสวมทับด้วยเชิ้ตตัวบางพับแขนเพิ่มความคล่องตัวด้วยกางเกงยีนและรองเท้าหุ้มส้นไร้ความสูง

“ริสาเป็นเพื่อนกับคุณเมธาวัสน่ะค่ะ”

“แบบนี้ก็คนกันเองทั้งนั้นสิครับ ผมเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ น้องพลอยจะทำอะไรบอกพี่เขาได้เลยนะครับ คุณเมย์ใจดีแนะนำได้ทุกอย่าง”

“งั้นเชิญคุณน้องพลอยทางด้านนี้ดีกว่าค่ะ จะได้เลือกดูคอร์สต่างๆ ด้วย” เจ้าของสปาเชื้อเชิญด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเรียกลูกค้าด้วยความสนิทสนม พร้อมผายมือไปอีกด้านหนึ่ง

สาวสวยคู่ควงของชาญชัยเดินแยกออกไปดูคอร์สต่างๆ บนโซฟารับรองจึงมีแค่ชาญชัยและอริสาเท่านั้นที่นั่งอยู่

“แล้วคุณณัชชาล่ะคะ” อริสาถามขึ้น ชาญชัยรีบจุ๊ปากพร้อมเหลียวมองไปยังคู่ควง

“อย่าเอ็ดไปครับ เดี๋ยวน้องพลอยได้ยิน คนนี้ขี้หึงมาก” หนุ่มใหญ่พูดเสียงเบา

“ส่วนคนนั้นเลิกกันไปนานแล้วครับ”

อริสากลั้นยิ้ม ‘นานแล้ว’ สำหรับคนอื่นอาจเป็นหลายเดือนหรือเป็นปี แต่ ‘นานแล้ว’ สำหรับชาญชัยผ่านไปแค่เดือนเดียวก็ถือว่านานแล้ว

“บทสัมภาษณ์คนดังในหนังสือเล่มล่าสุดดูจะเป็นที่ฮือฮามากนะครับ ลูกชายเจ้าของห้างคนนั้นไม่เคยให้สัมภาษณ์หนังสือที่ไหนเลย คุณริสาทำยังไงครับถึงได้สัมภาษณ์เขา” หนุ่มใหญ่ชวนคุย

“โชคดีมากกว่าค่ะ คุณแม่ของคุณเหนือเมฆกับคุณแม่ริสาเป็นเพื่อนรักกัน เรื่องต่างๆ เลยง่าย”

“มิน่า สองสามวันก่อนมีหนังสือฉบับหนึ่งไปสัมภาษณ์ผม แล้วบังเอิญผมอ่านหนังสือเล่มนั้นอยู่ รู้มั้ยครับว่าเขาบ่นให้ผมฟังยกใหญ่ เพราะโดนนิตยสารปราดเปรียวตัดหน้าไป แถมคุณเหนือเมฆก็ไม่ยอมให้สัมภาษณ์อีกแล้ว บอกว่าให้ไปขอบทสัมภาษณ์จากคุณ เพราะขี้เกียจตอบคำถามซ้ำๆ กัน” ชาญชัยเล่าอย่างอารมณ์ดี อริสายิ้มนิดๆ ด้วยความภูมิใจ

“แล้วนี่คุณชาญจะนั่งรอน้องเขาเฉยๆ หรือคะ” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่อง ก่อนจะหยิบโบชัวร์ข้างโต๊ะยื่นส่งให้เขา

“เพิ่งจะลงสปากลิ่นใหม่สำหรับผู้ชาย ไม่ลองหน่อยหรือคะ”

“มีอะไรบ้างครับ” หนุ่มใหญ่ให้ความสนใจ ถึงเขาจะเป็นลูกค้าวีไอพีของที่นี่แต่ก็ไม่เคยใช้บริการสักครั้งเดียว คนที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นสาวๆ ในสังกัดของเขา

“ริสาขอแนะนำสปาเปปเปอร์มิ้นต์กับดอกลาเวนเดอร์ค่ะ ให้ความสดชื่น เหมาะสำหรับผู้ชายที่ต้องการความผ่อนคลายจากการทำงาน กลิ่นนี้เหมาะกับคุณชาญมากค่ะ”

“มีค่าโฆษณาหรือเปล่าครับ” หนุ่มใหญ่เอ่ยแซว

“อะไรดีริสาก็อยากแนะนำให้คนรู้จักได้ใช้ค่ะ” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม ชาญชัยอ่านรายละเอียดในโบชัวร์ด้วยความสนใจก่อนเงยหน้าถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก

“ถ้าผมทำ จะมีคนเข้าใจผิดหรือเปล่าครับ”

“ไม่เลยค่ะ แหม!! เดี๋ยวนี้ผู้ชายเขาก็หันมาสนใจรูปร่างหน้าตาและดูแลตัวเองเยอะขึ้นนะคะ สปาตัวนี้ก็เหมือนกัน เพิ่งจะเปิดตัวแค่สองเดือนเท่านั้นแต่ตอนนี้ติดท๊อปของที่นี่แล้วนะคะ”

“น่าสนใจ เดี๋ยวผมขอดูน้องพลอยก่อนละกันว่าเขาจะเลือกอะไร ถ้าต้องรอนานอาจจะลองดู ผมไม่อยากให้ผู้หญิงต้องมารอน่ะครับ” เขาออกตัว หญิงสาวยิ้มรับอย่างเข้าใจ ก่อนจะเหลือบไปเห็นพนักงานในชุดสีฟ้าอ่อนยกน้ำหวานเย็นๆ ตรงเข้ามา

“แต่ริสาคิดว่าคุณชาญคงต้องลองวันนี้แล้วล่ะคะ” หญิงสาวพูดขึ้น ชาญชัยเงยหน้าจากโบชัวร์มองเธออย่างแปลกใจ

“น้ำอีกแก้วยกมาเสิร์ฟแล้ว แสดงว่างานนี้ยาว” เพื่อนสนิทเจ้าของร้านสปาเฉลย พร้อมทั้งช่วยยกน้ำจากถาดมาวางบนโต๊ะ

“น้ำมะตูมสูตรพิเศษของที่นี่เลยนะคะ” หญิงสาวพูดอวดระหว่างที่ยกแก้วจากถาดมาวางบนโต๊ะ

“หรือครับ เมื่อกี้ผมยังไม่ได้ลองเลย ดูสิน้ำแข็งละลายหมดแล้ว” หนุ่มใหญ่พูดพลางบุ้ยหน้าไปยังแก้วน้ำที่ตั้งอยู่ก่อน อริสาส่งแก้วน้ำที่กำลังจะยกลงจากถาดยื่นให้เขา

“งั้นเอาแก้วใหม่ก็ได้ค่ะ”

ชาญชัยขยับตัวพร้อมทั้งพับโบชัวร์ก่อนจะวางไว้บนโต๊ะ เป็นจังหวะเดียวกับที่อริสายื่นแก้วน้ำส่งให้เขา มือของทั้งสองชนกันจนน้ำหวานในแก้วหกเลอะใส่กางเกงของชาญชัย

“อุ๊ย!! คุณชาญ ริสาขอโทษค่ะ” หญิงสาวลนลานพูดด้วยความตกใจรีบหันไปดึงกระดาษทิชชู่สี่ห้าแผ่นจากล่องบนโต๊ะส่งให้เขา

“ผมซุ่มซ่ามเองด้วยครับ” ชายหนุ่มพูดพลางซับน้ำออกจากกางเกง อริสาช่วยซับบริเวณเสื้อให้เขา รอยน้ำหวานเป็นดวงเป็นด่างเต็มเสื้อของเขา

“อะไรกันน่ะ” เสียงแหลมแปร่งหูดังขึ้น

แต่ยังไม่ทันที่อริสาจะหันไปมอง หญิงสาวก็ถูกกระชากจนตัวลอยออกจากโซฟา เธอได้ยินเสียงดัง เผียะ!! อยู่ในหูและใบหน้าซีกหนึ่งก็รู้สึกแสบและชา

“ว้าย!! อะไรกันค่ะ” เสียงห้าวที่พยายามบีบให้เล็กอุทานอย่างตกใจก่อนจะปราดเข้าไปประคองเพื่อนสาวที่ร่วงไปกองกับพื้น

“มันให้ท่าคุณชาญ” คู่ควงของชาญชัยชี้หน้าคนที่กำลังยกมือขึ้นกุมแก้ม สีหน้างุนงง “นี่ขนาดอยู่ในร้านแท้ๆ ยังถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้ ถ้าเป็นในที่ลับจะเป็นยังไง”

“น้องพลอย เข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว” ชาญชัยรั้งแขนคู่ควงไว้ “มันไม่ได้เป็นอย่างที่น้องพลอยคิด”

“แล้วมันอะไรล่ะคะ มันกำลังจะแกะกระดุมพี่ชาญ น้องพลอยเห็น คงลืมไปแล้วว่าตัวเองนั่งอยู่ในร้าน เห็นแต่งตัวเชยๆ หน้าตาดูเรียบๆ แบบนี้ คิดว่าจะไว้ใจได้ ใครจะรู้ว่าไวไฟขนาดนี้”

“นี่คุณ!! พูดให้มันดีๆ หน่อยนะ ฉันไม่มีจิตใจใฝ่แต่เรื่องนั้นแบบคุณหรอก เปิดตากว้างๆ แล้วดูซะ น้ำหกเลอะคุณชาญขนาดนั้น ฉันหวังดีช่วยเช็ดน้ำหวานออกให้ มันจะได้ไม่เหนียวตัว คุณไม่ถามไม่ซัก จู่ๆ ก็มากล่าวหากันเลย แบบนี้มันถูกหรือคะ” อริสาพูดข่มเสียง ถ้าเป็นคนอื่นเธอคงสวนกลับไปแล้ว แต่นี่เป็นคู่ควงของชาญชัย ลูกค้าวีไอพีของเพื่อนสนิท ทำให้อริสาต้องยับยั้งชั่งใจไว้

“นั่นสิน้องพลอย พี่กับคุณริสาไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อย น้องพลอยน่าจะถามก่อน” หนุ่มใหญ่ต่อว่ามาอีกคน สาวสวยมองอริสาตาขวางก่อนจะเหลือบไปมองเสื้อของเขาซึ่งเต็มไปด้วยรอยด่าง

“นี่พี่ชาญกำลังว่าน้องพลอยเป็นคนผิดหรือคะ” อารมณ์โกรธบนใบหน้าลดลง แต่น้ำเสียงยังคงเกรี้ยวกราด รู้ตัวว่าผิดแต่จะให้ยอมรับง่ายๆ ได้อย่างไรกัน เสียหน้าแย่ ทำให้สาวสวยต้องเล่นบทโกรธข่มความอาย

“ย่ะ!! ผิดเต็มๆ” เมธาวัสปั้นปากพูดอย่างไม่มีเสียงกับเพื่อนรัก น้องพลอยไม่เห็นเพราะกำลังทำเป็นโกรธใส่ชาญชัย

“ก็แล้วแต่น้องพลอยจะคิด” หนุ่มใหญ่พูดพลางกลอกตา

“ไม่ทงไม่ทำมันแล้ว” พูดอย่างกระฟัดกระเฟียดก่อนจะก้าวเร็วๆ ออกจากร้าน ชาญชัยหันมาทำหน้าเกรงใจให้เจ้าของร้านและหญิงสาวเคราะห์ร้าย

“ขอโทษคุณเมย์กับคุณริสาด้วยนะครับ น้องพลอยเขาค่อนข้างขี้หึง เอาเป็นว่าวันนี้ผมกลับก่อนดีกว่า ไว้โอกาสหน้าผมจะแวะมาใหม่นะครับ” พูดขอโทษและพูดลาในประโยคเดียวกัน ก่อนจะก้าวยาวๆ ตามสาวขี้หึงไป

“แบบนี้เขาไม่เรียกค่อนข้างแล้วย่ะ เรียกว่ามากเลยดีกว่า ถ้าจะมาจริงๆ อย่าพายัยนี่มานะ ฉันจะเด็กนวดให้ตัวช้ำจนเดินไม่ได้เลย คอยดู” เมธาวัสพูดอย่างมีอารมณ์ แต่...หลังจากที่ลูกค้าวีไอพีเดินลับไปแล้ว

“นี่มันอะไรกันนักกันหนานะเมย์ ฉันนี่นะจะไปให้ท่าคุณชาญ ท่าทางฉันมันเหมือนมากเลยเหรอ” อริสาถามอย่างปลงตก สองครั้งแล้วที่เธอถูกกล่าวหาแบบนี้ เมธาวัสถอนใจ

“นั่นสิ ร้อยวันพันปี ฉันไม่เคยเห็นใครจะมาเข้าใจแกผิดแบบนี้เลย หรือจะเป็นเคราะห์อย่างที่คุณหญิงแม่ว่าไว้จริงๆ” เพื่อนชายใจสาวพูดอย่างเหนื่อยๆ เช่นกัน อริสาถูแก้มตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟา

“แล้วฉันจะต้องเจอแบบนี้อีกกี่ครั้งถึงจะหลุดพ้น”

เมธาวัสเดินมานั่งใกล้ๆ พร้อมสำรวจแก้มเพื่อนรักไปด้วย รอยแดงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนบนแก้มเนียนขาวไร้เครื่องสำอาง

“เรื่องนี้มันก็ขึ้นอยู่กับตัวแกด้วย ถ้าไม่อยากทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณหญิงแม่ แกก็ต้องมีเรื่องผิดใจแบบนี้ต่อไป สมใจแกมั้ยล่ะ พูดไม่ทันขาดคำก็มีเรื่องผิดใจจนได้”

อริสามองเพื่อนตาละห้อย ความเชื่อที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ตอนนี้เธอเริ่มจะเชื่อมันขึ้นมาหน่อยๆ แล้ว แต่...จะให้เธออยู่กับคนนิสัยไม่ดี เจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนั้นได้อย่างไรกัน แค่คิดก็ทำใจลำบากแล้ว

 

 

“ไม่ครับคุณแม่ ผมยืนยันคำเดิม ไม่ก็คือไม่!!” ค้ำฟ้าผุดลุกจากเก้าอี้พร้อมประกาศย้ำชัดถ้อยชัดคำ คุณกัญจนาถอนใจเฮือกใหญ่

“แต่ถ้าฟ้าไม่ยอม อาจจะต้องเจอเรื่องร้ายๆ ต่อไปอีกเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุดนะลูก”

“เจออะไรก็เจอไป แต่ผมจะไม่ยอมอยู่กับผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ ตัวอันตรายชัดๆ”

“ตั้งสามเดือนเชียวนะ อาจเจอเรื่องร้ายถึงชีวิตด้วยนะลูก” คุณกัญจนาพูดกล่อมด้วยน้ำเสียงร้อนรน ค้ำฟ้าส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะก้าวออกจากบ้าน ผู้เป็นแม่รีบเดินไปดักไว้ทันที

“ออกจากบ้านแล้วจะโชคร้ายนะลูก ถ้าฟ้าไม่ยอมทำตามที่แม่บอก ฟ้าต้องอยู่กับบ้านเฉยๆ ห้ามออกไปไหน”

“คุณแม่ครับ” ชายหนุ่มแบมือพร้อมกลอกตาไปด้วย “ถ้าอะไรมันจะเกิด นอนอยู่เฉยๆ มันก็ต้องเกิดครับ ตอนนี้ผมมีธุระ ขอออกไปข้างนอกก่อนนะครับ”

พูดจบก็ก้าวยาวๆ ออกจากบ้าน รวดเร็วเกินกว่าที่คุณกัญจนาจะตามทัน เหนือเมฆเดินมายืนข้างๆ ผู้เป็นแม่

“อะไรมันจะเกิด ก็ต้องเกิดอย่างที่พี่ฟ้าบอกครับ และผมก็เชื่อว่าถ้าดวงของเขากับของน้องอรเอื้อหนุนกันจริงๆ ยังไงซะก็ต้องอยู่ด้วยกันจนได้นั่นแหละครับ คุณแม่อย่ากังวลไปเลยครับ” พูดจบก็โอบไหล่ผู้เป็นแม่ปลอบใจ คุณกัญจนาพยักหน้ารับ แต่สีหน้าก็ยังไม่คลายความกังวล

 

 

ค้ำฟ้าจอดรถของเขาภายในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของห้างที่เขาดูแลอยู่ วันนี้มีงานเดินแบบเสื้อผ้าและกระเป๋าจากห้องเสื้อของดีไซน์เนอร์ไฮโซคนหนึ่ง ธุระของเขาในวันนี้คือการมาง้องอนขอคืนดีจากซินดี้ นางแบบสาวซึ่งมีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่

 

เกือบอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาพยายามโทรหาเธอแต่ก็ติดต่อไม่ได้ และถ้าเขารู้คิวงานของซินดี้สักนิดคงรู้ว่าเธอต้องเดินทางไปที่ไหนบ้าง แต่ทุกครั้งซินดี้จะเป็นคนบอกตารางงานของเธอให้เขาทราบเองว่าจะไปที่ไหนบ้าง ความพยายามติดต่อกับเธอประสบผลสำเร็จเมื่อรู้ว่าจะมีงานเดินแบบจากห้องเสื้อซึ่งเปิดอยู่ในห้างสาขา และแน่นอนงานไฮโซแบบนั้น ซินดี้ต้องมาเดินแบบอย่างแน่นอน

 

ลานกิจกรรมซึ่งอยู่บนชั้นสามปีกขวาของห้างคือสถานที่จัดงาน กล้องนับสิบวางเรียงรายอยู่หน้าแคทวอคซึ่งเป็นทางยาว นางแบบในชุดสวยเดินกรุยกรายออกมาทีละคน ในมือของพวกเธอเหล่านั้นมีกระเป๋าหลากหลายรูปทรงถือติดมาด้วย ผู้คนที่มาร่วมงานล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับแฟชั่นทั้งสิ้น

ค้ำฟ้ายืนดูการเดินแบบอยู่ด้านนอกของงานอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดชุดฟินาเล่ก็ได้เวลาปรากฏโฉม เสียงปรบมือดังเกรียวขึ้นพร้อมเสียงฮือฮาจากผู้ที่มาร่วมงาน เพราะชุดที่นางแบบสวมใส่นั้น สวยและดูสง่าอย่างไม่มีที่ติ กระเป๋าทรงกลมที่ถืออยู่ดูไม่เน้นนักเพราะเน้นที่ตัวเสื้อผ้ามากกว่า

ซินดี้เดินมาถึงหน้าเวทีก่อนจะผายมือเชิญไฮโซคนดังเจ้าของห้องเสื้อขึ้นมายืนเคียงคู่ เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งพร้อมด้วยนางแบบอีกเกือบสิบคนด้านหลังก็ทยอยเดินออกมา หนึ่งในนั้นมีแนนนี่ นางแบบร่วมรุ่นแต่ไม่ดังเท่ารวมอยู่ด้วย สายตาของแนนนี่มองหญิงสาวในชุดฟินาเล่ด้วยความอิจฉา ถ้าซินดี้ไม่กลับจากนอกอย่างกะทันหันเสียก่อน ชุดนั้นเธอต้องได้สวมใส่อย่างแน่นอน

กว่าซินดี้จะถ่ายรูป สัมภาษณ์และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเสร็จภายในห้องแต่งตัวก็โล่งเสียแล้ว หญิงสาวสำรวจความเรียบร้อยตรงหน้ากระจกอยู่ครู่ ก่อนจะผลักประตูเดินออกมา แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างประตู

ค้ำฟ้า...

ซินดี้ชะงักเล็กน้อยเมื่อผลักประตูออกไปเห็นเขายืนเตร่อยู่ ก่อนจะเชิดหน้าและเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ ค้ำฟ้ารั้งแขนเธอไว้

“เดี๋ยวสิครับซินดี้ คุยกับผมก่อน” ชายหนุ่มพูดเสียงอ้อนพร้อมทำหน้าตาให้น่าสงสารที่สุด ซินดี้ค่อยๆ ปลดมือเขาออกอย่างวางท่า

“มีอะไรต้องคุยกันอีกคะ” เธอถามเสียงเย็น “ฟ้าน่าจะไปคุยกับแนนนี่มากกว่า อย่าทำเป็นจับปลาสองมือแบบนี้ ซินดี้ไม่ชอบ”

“โธ่!! ซินดี้ ผมบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรจริงๆ ผมเห็นว่าเขาเป็นเพื่อนของคุณก็เข้าไปคุยด้วยเท่านั้นเอง”

“เท่านั้นเองหรือคะ!!” เสียงแหลมบาดหูถามขึ้น ค้ำฟ้าพยักหน้าเร็วๆ ก่อนชะงักไป ซินดี้อยู่ตรงหน้าเขาและเธอก็ไม่ได้อ้าปากพูดอะไรออกมาเลย แล้วเสียงที่ถามมานั้นเป็นเสียงใครกัน

ชายหนุ่มหันขวับไปทางด้านหลัง ก่อนจะหลับตาและกลั้นหายใจอย่างขัดใจแนนนี่!!

เจ้าของเสียงแหลมนั้นก้าวพรวดๆ มายืนตรงหน้าและถามย้ำอีกครั้ง

“บอกมาสิคะ คุณแค่เห็นแนนนี่เป็นเพื่อนยัยซินดี้เลยเข้ามาคุยด้วย เท่านี้จริงๆ”

“ทำไมยังไม่กลับไปอีก” เขาขยับปากถามอย่างไม่ออกเสียง

“เมื่อกี้คุณบอกว่ากำลังจะเลิกกับยัยซินดี้และขอให้ฉันยกโทษให้ แต่พอลับหลังฉันคุณก็มาง้อมัน แบบนี้หมายความว่ายังไงคะ”

ค้ำฟ้าหลับตากลั้นหายใจอีกครั้ง แนนนี่กำลังทำเรื่องง่ายๆ ให้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากอีกแล้ว เขาไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงคนไหนมาทำให้เขาลำบากใจ แต่ตอนนี้ ผู้หญิงคนนั้นกำลังทำให้เขาเดือดร้อน...เป็นครั้งที่สอง ซึ่งเขายอมไม่ได้

“จะเลิกกันก็ได้นะคะฟ้า คุณจะได้ไม่ต้องลำบากใจ” ซินดี้เสนอเสียงเย็นก่อนจะผละเดินออกไป แต่ค้ำฟ้ารั้งแขนไว้

“ใช่ ผมขอเลิก!!” เขาพูดเสียงแข็ง ซินดี้มีสีหน้าตกใจตรงข้ามกับสีหน้าของแนนนี่ที่ยิ้มอย่างสะใจ

“แต่คนที่ผมจะขอเลิกคือ แนนนี่”

เจ้าของชื่อหน้าเจื่อนทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ค้ำฟ้าหันมามองเธอตรงๆ

“เลิกยุ่งกับผมเสียที ผมรักซินดี้คนเดียวและจะไม่มีผู้หญิงคนไหนมาแทนได้”

กรี๊ดดดดด!!

 

ค้ำฟ้าหรี่ตาพร้อมยกมือขึ้นอุดหูเมื่อพลังเสียงแปดหลอดนั้นกระทบแก้วหู ผู้คนที่เดินไปมาหันมองเป็นตาเดียวกันด้วยสีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นนางแบบหุ่นดีกำลังตีอกชกตัวด้วยความโมโหและชี้นิ้วสั่นระริกไปยังชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าคมคายตรงหน้า

“ทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ ฉันไม่ยอม นี่ฉันต้องแพ้มันอีกแล้วเหรอ ฉันไม่ยอม!!”

“แนนนี่หยุดนะ ไม่งั้นผมจะเรียก รปภ.” เจ้าของห้างพูดขู่เสียงเข้ม อาการของเธอดูสงบลง แต่ยังหายใจหอบจนอกกระเพื่อมอยู่

“เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วนะครับ ต่อไปเลิกตามตื้อผมได้แล้ว และถ้ายังก่อปัญหาอีกคุณถูกโยนออกจากห้างนี้แน่ๆ” พูดขู่สำทับอีกครั้งก่อนจะดึงแขนซินดี้ออกจากบริเวณนั้น ปล่อยให้แนนนี่ยืนใบ้กินอยู่เป็นนาน กว่าสติจะกลับคืนมาสองคนนั้นก็เดินลับไปแล้ว

กรี๊ดดดด!! เสียงแปดหลอดระเบิดออกมาอีกครั้งเพื่อระบายให้หายแค้น ไทยมุงสลายตัวทันทีเมื่อได้ยินเสียงของเธอ

 

 

“หายโกรธผมหรือยังครับ” ชายหนุ่มถามเสียงอ้อนอีกครั้ง ตอนนี้ทั้งสองนั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง

ซินดี้เงยหน้าจากน้ำส้มปั้น แต่ไม่ตอบอะไร เธอยังไม่พูดกับเขา แต่ท่าทางอ่อนลงมาก

“ผมขอโทษที่ทำให้ซินดี้เข้าใจผิด ผมเห็นเขาเป็นเพื่อนของคุณเท่านั้นจริงๆ ยกโทษให้ผมนะครับ ต่อไปผมจะไม่ทำอีกแล้ว”

ซินดี้พยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจให้เขา สีหน้ายังบึ้งตึงอยู่ “ครั้งนี้ซินดี้จะยกโทษให้ แต่ถ้ามีครั้งต่อไป ซินดี้โกรธคุณจริงๆ นะคะ”

“ไม่มีครั้งหน้าแล้วครับ ผมสัญญา...ทานอะไรกันดีเอ่ย” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงรื่นเริงพลางหยิบเมนูขึ้นมาเปิดดู

‘ออกจากบ้านแล้วจะโชคร้าย’ ไม่เห็นจะเหมือนที่คุณแม่บอกสักนิด ถ้าวันนี้เขาไม่ออกมา ซินดี้ก็คงยังโกรธเขาอยู่อย่างนั้นและแนนนี่ก็จะเหมือนบ่วงที่รัดเขาอย่างไม่ยอมปล่อย ออกจากบ้านมาวันนี้ได้เคลียร์ปัญหาถึงสองเรื่อง ต้องนับว่าเป็นโชคดีถึงจะถูก

 

 

เย็นแล้ว ค้ำฟ้าเดินออกจากห้างสรรพสินค้าพร้อมถุงจากร้านค้าอีกจำนวนหนึ่ง มีซินดี้เดินเคียงคู่คลอเคลียมาด้วย สีหน้าของเธอสดชื่นแจ่มใส เหมือนว่าไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกับชายหนุ่มที่เดินคู่กัน

ภาพความสุขนั้นเป็นที่บาดตาของแนนนี่ซึ่งนั่งสังเกตการณ์อยู่ในรถเป็นอย่างยิ่ง หญิงสาวกัดฟันกรอดๆ ด้วยความโมโห

“ฉันยอมให้ใครก็ได้แต่สำหรับยัยนี่ ฉันไม่มีทางยอมเด็ดขาด คุณทำฉันเจ็บ คุณก็ต้องเจ็บกว่าฉัน คุณค้ำฟ้า!!” นางแบบสาวพูดลอดไรฟันก่อนจะเหยียบคันเร่งรถจนได้ยินเสียงล้อเสียดกับพื้นถนน

ไกลออกไป ค้ำฟ้ากับซินดี้กำลังจะข้ามถนนไปยังอีกฝั่งเพื่อไปยังรถยนต์คันหรูของเขาที่จอดอยู่ แต่เพียงก้าวแรกที่ก้าวออกมาเท่านั้น รถยนต์สีแดงสดคันเล็กก็พุ่งออกจากซองตรงดิ่งมายังคนทั้งสอง

เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มอยู่ด้านหลังทำให้ค้ำฟ้าหันไปมอง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รถยนต์สีแดงคันนั้นขับเร็วเหมือนว่าไม่เห็นคนที่กำลังเดินอยู่

“ซินดี้ระวัง!!” ชายหนุ่มร้องเตือน ก่อนจะผลักนางแบบลูกครึ่งกระเด็นไป ส่วนเขาก็กระโดดหลบไปอีกทาง

รถสีแดงคันเล็กปริศนาเลี้ยวลงจากลานจอดไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงเศษฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย รปภ.วิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ ซินดี้ไม่ได้รับบาดเจ็บเพราะถูกผลักไปชนกับรถยนต์คันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ใกล้ๆ ผิดกับค้ำฟ้าที่ศีรษะกระแทกกับขอบเสาจนแตกได้เลือด แถมโชคร้ายซ้ำสองเพราะข้อเท้าของเขาเกิดแพลงขึ้นมาอีกเพราะกระโดดหลบผิดท่า

“คุณฟ้า เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” รปภ.ถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นเขาเอามือข้างหนึ่งกุมศีรษะไว้ อีกมือก็จับข้อเท้าไปด้วย

“เจ็บสิ ถามได้ เรียกรถพยาบาลให้หน่อย เร็วๆ” ความเจ็บและน้อยใจในความโชคร้ายให้ทำให้เขาเกิดอาการพาล รปภ.คนนั้นลนลานวิทยุแจ้งข่าวกับห้องรับเรื่องก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปด้านในเพื่อประสานงาน ซินดี้เดินมาช่วยพยุงเขาแต่ชายหนุ่มร้องห้ามไว้

“ผมเจ็บครับ สงสัยข้อเท้าจะแพลงตอนที่กระโดดกลับ”

“ต้องตามจับมาให้ได้นะคะ เอาเรื่องให้ถึงที่สุดด้วย” หญิงสาวพูดอย่างแค้นๆ เธอจำรถสีแดงคันนั้นได้ดีทีเดียว 

 

รถของยัยแนนนี่!!

 

...........................................

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา