จัดหัวใจให้ลงรัก - - วางแผงแล้วค่ะ ^_^

จัดหัวใจให้ลงรัก - - วางแผงแล้วค่ะ ^_^

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อค้ำฟ้าถูกผู้เป็นแม่บังคับให้แต่งงานเพราะชะตากำลังขาดต้องมีดวงคู่ครองมาคอยหนุน พร้อมๆ กับ อริสา ที่ถูกผู้เป็นแม่บังคับให้แต่งงานเช่นกัน เพราะถูกทักว่าถ้าไม่แต่งภายใน 2 เดือนจะต้องขึ้นคาน...

ผู้เขียน ปาลินี ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

หน้า ดำเนินการ
หน้า : 1 Lucky in love จัดหัวใจให้ลงรัก
หน้า : 2 จัดหัวใจให้ลงรัก # 6
หน้า : 3 จัดหัวใจให้ลงรัก # 7
หน้า : 4 จัดหัวใจให้ลงรัก # 17
หน้า : 5 จัดหัวใจให้ลงรัก # 8
หน้า : 6 จัดหัวใจให้ลงรัก # 9
หน้า : 7 จัดหัวใจให้ลงรัก # 10
หน้า : 8 จัดหัวใจให้ลงรัก # 11
หน้า : 9 จัดหัวใจให้ลงรัก # 12
หน้า : 10 จัดหัวใจให้ลงรัก # 13
หน้า : 11 จัดหัวใจให้ลงรัก # 14
หน้า : 12 จัดหัวใจให้ลงรัก # 15
หน้า : 13 จัดหัวใจให้ลงรัก # 16
หน้า : 14 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 15 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 16 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 17 18
หน้า : 18 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 19 จัดหัวใจให้ลงรัก # 18
หน้า : 20 จัดหัวใจให้ลงรัก # 19
หน้า : 21 จัดหัวใจให้ลงรัก # 20
หน้า : 22 จัดหัวใจให้ลงรัก # 21
หน้า : 23 จัดหัวใจให้ลงรัก # 23
หน้า : 24 จัดหัวใจให้ลงรัก # บทนำ
หน้า : 25 จัดหัวใจให้ลงรัก # 1
หน้า : 26 จัดหัวใจให้ลงรัก # 2
หน้า : 27 จัดหัวใจให้ลงรัก # 3
หน้า : 28 จัดหัวใจให้ลงรัก # 4
หน้า : 29 จัดหัวใจให้ลงรัก # 5
หน้า : 30 .
หน้า : 31 จัดหัวใจให้ลงรัก # 22

จัดหัวใจให้ลงรัก # 3

ตอนที่ 3

“ถ้าแกได้เห็นนะเมย์ แกต้องหลงเขาแน่ๆ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ หล่อ เท่ สมาร์ท สุขุม มีเสน่ห์ อ่อนโยน ยังมีผู้ชายแบบนี้หลงเหลืออยู่อีกหรือนี่” อริสาพูดเสียงเคลิ้มพร้อมกอดหมอนอิงไว้แนบอก

“เก็บอาการหน่อยยัยอร” น้ำเสียงที่พยายามบีบให้เล็กพูดอย่างหมั่นไส้ “แบบนี้แสดงว่าไม่เสียใจเรื่องที่ถูกคุณยศหลอกแล้วละสิ”

สีหน้าของอริสาเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที “อย่ามาพูดถึงผู้ชายคนนั้นให้ฉันได้ยินอีกนะ พูดแล้วมันเจ็บใจไม่หาย”

“หรือเขาจะรู้ว่าแกจะไปพูดเรื่องแต่งงานเลยหาทางชิ่งด้วยวิธีนี้”

“ยัยเมย์” อริสามองเจ้าของชื่อด้วยหางตาพร้อมเรียกเสียงสูง

ยัยเมย์หรือเมธาวัส ชายหนุ่มร่างบาง หน้าตาดี หัวเราะกับน้ำเสียงที่เรียกเมื่อครู่อย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ เดินมานั่งใกล้ๆ เพื่อนสาว

“ไหน...ขอดูรูปอีกครั้งสิ เมื่อกี้ดูแค่ผ่านๆ หล่อ เท่ อย่างที่แกว่าจริงๆ ทำไมไม่เห็นลงหนังสืออะไรเลย” พูดจบก็คว้ากล้องของอริสามากดเปิดก่อนไล่ดูรูปต่างๆ เกือบยี่สิบรูปที่เจ้าของกล้องกระหน่ำถ่ายมา

“เขาเพิ่งกลับมา มีหนังสือหลายฉบับพยายามจะสัมภาษณ์เขา แต่หนังสือของฉันได้ก่อน” หญิงสาวอวด

“อืมมม์” เมธาวัสทำเสียงในลำคอพร้อมพยักหน้าไปด้วย “หน้าตาดีจริงๆ ด้วย ไปเป็นนายแบบหรือพระเอกละครได้เลยนะ หนังสือของแกฉบับนี้ต้องขายดีแน่ๆ เลยยัยอร”

“แน่นอนอยู่แล้ว โชคดีที่เป็นพี่เมฆ แม่เขากับแม่ฉันเป็นเพื่อนกัน ไม่งั้นมีหวังชวด แต่คุณแม่บอกว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ไม่รู้จะเป็นอะไร” ท้ายประโยคหญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“คงเป็นเรื่องแต่งงานมั้ง บางทีคุณหญิงแม่อาจจะมีว่าที่ลูกเขยอยู่ในใจแล้วก็ได้นะ”

อริสาทำปากยื่นพร้อมขมวดคิ้ว “แกอย่าพูดให้ฉันใจเสียแบบนั้นสิ คุณแม่เป็นคนสมัยใหม่ คงไม่จับฉันคลุมถุงชนหรอก”

“สมัยใหม่ แต่เชื่อเรื่องดวงเป็นที่สุด” เมธาวัสต่อท้ายประโยคให้ อสิราถอนใจพร้อมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“ไม่เอาแล้ว ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว เด็กว่างหรือเปล่า นวดตัวให้ฉันหน่อยสิ วันนี้ออกแรงเยอะ เมื่อยไปหมดเลย” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่อง

“ไปสิ มีกลิ่นใหม่อยากให้เธอลองดู เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบนวดแต่ไม่ชอบแต่งตัวแบบเธอ” 

อริสาเปรยตามองเพื่อนอย่างรู้ทัน คนถูกมองหัวเราะชอบใจก่อนเดินออกจากห้องรับแขกซึ่งมีความเป็นส่วนตัว เมธาวัสนั้นพยายามคะยั้นคะยอเพื่อนสาวคนสนิทให้รู้จักแต่งตัวบ้าง แต่จนแล้วจนรอดอริสาก็ไม่ยอมทำตามสักที ผิดกับเพื่อนชายที่มีหัวใจเป็นสาว รายนั้นเรื่องสวยๆ งามๆ เป็นไม่พลาดสักอย่าง

 

 

ค่ำแล้ว อริสาเดินตัวเบาเข้าบ้านด้วยความรู้สึกสบายตัวและสบายใจ ก่อนชะงักเมื่อเห็นผู้เป็นแม่นั่งยิ้มรอรับอยู่ตรงโซฟาภายในห้องโถงกว้าง

“สวัสดีค่ะคุณแม่ วันนี้ทำไมกลับเร็วจังเลยค่ะ หรือว่าไม่มีงานที่สมาคม” หญิงสาวเอ่ยทักพร้อมยกข้อมือเพื่อดูเวลาไปด้วย ปกติแล้วคุณพรพรรณจะกลับประมาณสองทุ่ม แต่นี่เพิ่งจะทุ่มกว่าเท่านั้น

“กลับมารอฟังข่าวจากหนูไงคะ ไปสัมภาษณ์มาเป็นยังไงบ้างคะ”

“ดีค่ะ พี่เมฆเป็นกันเองดี จริงสิ” อริสาพูดด้วยน้ำเสียงยิ้มๆ ก่อนหันมาทำหน้างอใส่ผู้เป็นแม่

“ทำไมคุณแม่ไม่บอกอรก่อนคะว่าอรกับลูกชายน้ากัญเคยเล่นด้วยกันเมื่อตอนเด็กๆ”

“อ้าว!! นี่หนูจำไม่ได้หรือคะ แม่คิดว่าหนูรู้แล้วซะอีก” ผู้เป็นแม่ถามกลับอย่างแปลกใจ

“จำไม่ได้เลยค่ะ สงสัยเพราะเด็กมาก คงต้องไปนั่งทบทวนก่อน”

“ตอนนั้นน้ากัญเขารักหนูมากเลยนะ ทั้งโอ๋ทั้งตามใจ แต่ก็หนูโตขึ้นมาหน่อยเราก็ห่างๆ กันเพราะต้องย้ายตามคุณพ่อไปต่างจังหวัด ส่วนลูกชายของน้ากัญก็ต้องไปเรียนเมืองนอก”

“ใช่ค่ะ พี่เมฆบอกว่า คุณน้าจะดุพี่ฟ้าบ่อยมากเพราะชอบแกล้งอร จริงสิ!!” หญิงสาวอุทานอย่างนึกขึ้นได้

“วันนี้อรเจอเขาด้วยนะคะ ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเลยค่ะคุณแม่ ท่าทางไม่เห็นเหมือนพี่เมฆสักนิดเลย”

“อะไรนะ หนูเจอพี่ฟ้าแล้วหรือลูก” คุณพรพรรณถามอย่างตกใจ

“ค่ะ แต่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก พอดีว่าเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะค่ะ แต่อรก็ขอโทษเขาแล้วนะคะ เขาไม่ยอมรับคำขอโทษของอร แถมยังเดินหนีไปอีก นิสัยไม่ดีเลย”

“จริงๆ แล้วนิสัยพี่ฟ้าก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอกนะคะลูก พี่เขาอาจกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ก็ได้ จริงๆ แล้วพี่ฟ้าเป็นคนดีมากเลยนะคะลูก ตอนเด็กๆ หนูติดพี่เขาจะตายไป เรื่องแกล้ง เรื่องดุ ไม่มีเลยค่ะ พี่เมฆเขาจำผิดมากกว่าค่ะ” คุณพรพรรณรีบพูดเพื่อให้ค้ำฟ้าดูดีที่สุด

 

จะให้คนที่กำลังจะอยู่ด้วยกัน เกลียดกันได้อย่างไร แค่ครั้งแรกที่เจอกัน อริสาก็เกิดมีอคติเสียแล้ว แบบนี้เคราะห์กรรมจะหมดไปได้หรือเปล่านะ

“เดี๋ยวอรขึ้นข้างบนก่อนนะคะ ต้องถอดคำสัมภาษณ์ด้วย มะรืนนี้ต้องส่งแล้ว ไม่รู้จะทันหรือเปล่า กู๊ดไนท์นะคะแม่” อริสาหอมแก้มผู้เป็นแม่ฟอดใหญ่ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินขึ้นชั้นบน สีหน้ายิ้มแย้มของคุณพรพรรณเปลี่ยนเป็นกังวล

“แบบนี้จะทำยังไงนะ หนูอรคงไม่ยอมง่ายๆ แน่เลย” พูดจบก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะยืดตัวขึ้นพร้อมสีหน้าดีใจเมื่อคิดอะไรได้

“จริงสิ ยังมีข้อตกลงอยู่นี่นา” พูดพลางพยักหน้ากับตัวเองอย่างมีแผนการอีกครั้ง

 

 

อริสาเดินเข้ามาในห้องโถงของสมาคมแม่บ้านทหารพลีชีพ บ้านเดี่ยวสูงสามชั้นและมีลานกว้างหน้าบ้านถูกดัดแปลงมาเป็นสมาคม บ้านหลังนี้เป็นบ้านของแม่บ้านทหารนายหนึ่งซึ่งเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติงานที่สามจังหวัดภาคใต้ ผู้เป็นภรรยาย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิมและได้ยกบ้านหลังนี้เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับสมาคมที่เพิ่งก่อตั้งในขนาดนั้น

ชั้นล่างของบ้านถูกจัดเป็นสถานที่รับรองและมีภาพกิจกรรมต่างๆ จัดแสดงอยู่ ชั้นสองถูกแบ่งเป็นสัดส่วนใช้เป็นห้องทำงาน ส่วนชั้นสามเป็นห้องจัดประชุม

หญิงสาวในเสื้อเชิ้ตพับแขนซึ่งสวมทับเสื้อยืด นั่งรอเมื่อครู่ก่อนจะเดินขึ้นชั้นสองเมื่อประชาสัมพันธ์เข้าไปเชื้อเชิญ เธอทำหน้าครุ่นคิดไปตลอดทางที่เดินขึ้นบันได คุณพรพรรณโทรหาเธอเมื่อตอนเที่ยงและขอให้มาพบที่สมาคมแม่บ้าน เพราะมีธุระสำคัญจะคุยด้วย หญิงสาวต่อรองให้คุยที่บ้าน แต่ผู้เป็นแม่ก็บอกว่า เย็นนี้มีประชุมอาจะกลับดึกและเกรงว่าเธอจะเข้านอนแล้ว เลยต้องนัดมาคุยเวลาบ่ายเช่นนี้

“อรจำเรื่องที่รับปากกับคุณแม่ได้ไหมคะ ที่เรามีข้อแลกเปลี่ยนกันถ้าหนูได้สัมภาษณ์พี่เมฆ” คุณพรพรรณเข้าเรื่องทันที่เมื่อบุตรสาวนั่งตรงข้ามเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวพยักหน้า

“จำได้ค่ะ ข้อแลกเปลี่ยนอะไรคะ อรทำได้ค่ะ” อริสารับปากอีกครั้ง คุณพรพรรณยิ้มพราย

“หนูจำเรื่องที่คุณแม่บอกว่าอยากให้หนูแต่งงานได้ไหมคะ”

อริสาชะงักกึกทันที รอยยิ้มแผ่วลงเรื่อยๆ พร้อมสีหน้าระแวงที่เริ่มปรากฏ

“นี่อย่าบอกนะคะว่าเรื่องที่คุณแม่ขอให้อรรับปากคือเรื่องนี้” หญิงสาวถามอย่างไม่มั่นใจ ทั้งที่ในใจเชื่ออย่างเต็มร้อยว่าต้องใช่แน่ๆ

ยัยเมย์ แกพูดไว้ไม่ผิดเลยจริงๆ อริสาคิดถึงเพื่อนสนิททันที

ผู้เป็นแม่พยักหน้าขึ้นลงอย่างมั่นคงพร้อมเปิดยิ้มกว้าง อริสาถอนใจยาวเหยียดพร้อมห่อไหล่ไปด้วย

“คุณแม่จะให้อรแต่งกับใครล่ะคะ หลายวันก่อนอรเพิ่งจะบอกคุณแม่ไปเองว่ามีเรื่องกับคนที่ทำงานด้วย”

“ไม่ต้องห่วงเลยนะคะลูก งานนี้แม่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว” คุณพรพรรณรีบพูด อริสาเงยหน้ามองผู้เป็นแม่พร้อมขมวดคิ้ว

“เตรียมไว้แล้ว” หญิงสาวทวนคำ “นี่อย่าบอกนะคะว่าคุณแม่จะคลุมถุงชน นี่มันยุคไหนแล้วคะคุณแม่ มันหมดสมัยไปแล้วนะคะ” หญิงสาวโวยวายทันที คุณพรพรรณรีบจุ๊ปากห้ามไว้

“คลุมถุงชนอะไรกันคะลูก ไม่ใช่เลยค่ะ”

“ไม่เรียกคลุมถุงชนแล้วจะให้เรียกว่าอะไรคะ” หญิงสาวพูดพลางทำหน้างอ

“เรียกว่า การแก้ดวงต่างหาก” คุณพรพรรณบอกด้วยน้ำเสียงมาดมั่น

“ตอนนี้หนูกำลังดวงตกอยู่นะคะ ดาวศุกร์ ดาวประจำตัวของหนูถูกดาวเสาร์บดบัง ทำให้ชีวิตช่วงนี้มีแต่ความทุกข์และโดนทำร้ายจิตใจ แถมยังมีเกณฑ์ขึ้นคานอีกด้วยนะคะ และจะเจอแต่คนไม่จริงใจอีกด้วย” คุณพรพรรณพูดด้วยน้ำเสียงเป็นทุกข์ ทุกถ้อยคำเหมือนประโยคที่อาจารย์วาดพูดอย่างกับถอดเทปออกมา

“แล้วเรื่องที่หนูมีเรื่องกับคนที่บริษัทก็เพราะดวงของหนูตอนนี้ไม่ดี เลยต้องเจอกับคนแบบนั้น หนูต้องสะเดาะเคราะห์ด้วยการอยู่กับคนที่เกิดในราศีเมษ และเขาคนนั้นกำลังมีเคราะห์หนักเหมือนกัน”

“แบบนี้ไม่ต้องเจอเคราะห์เบิ้ลสองหรือคะ ซวยกับซวยมาเจอกัน” หญิงสาวขมวดคิ้วถาม คุณพรพรรณรีบโบกไม้โบกมือทันที

“ใครว่าล่ะคะ ดวงหนูกับดวงของเขามีความเกื้อหนุนซึ่งกันและกันต่างหาก”

อริสาเอนตัวพิงเก้าอี้พร้อมใช้หลังมือแตะหน้าผาก สีหน้าคล้ายคนกำลังไม่สบาย

“หนูไม่ต้องแต่งก็ได้ค่ะ ขอแค่อยู่กับคนๆ นั้นให้ครบสามเดือนก็พอ เคราะห์กรรมต่างๆ ก็จะหมดไป ทั้งของหนูและของเขาด้วย ถือว่าช่วยๆ กันนะคะลูก แม่กลัวหนูจะขึ้นคาน” คุณพรพรรณพูดขอร้องมาอีกครั้ง

“ทุกครั้งที่คุณแม่ไปดูดวง อรไม่เคยว่าเลย แต่ครั้งนี้อรขอค่ะ คุณแม่งมงายเกินไป และคุณแม่จะยอมให้อรไปอยู่กับผู้ชายที่อรไม่รู้จักหรือคะ ถ้าคุณพ่อรู้ คงไม่ยอมแน่ๆ” อริสายกพ่อที่เสียไปแล้วขึ้นมาขู่

“ใครบอกว่าแม่ไม่รู้จัก แม่รู้จักผู้ชายคนนั้นดีที่สุด ชื่อเสียงและวงศ์ตระกูลของเขาแม่ก็รู้จัก และไม่ใช่แค่แม่คนเดียวเท่านั้น หนูก็รู้จักเขาดีด้วย”

คราวนี้อริสายืดตัวมองผู้เป็นแม่อย่างสงสัย

“อรรู้จักด้วยหรือคะ”

“ก็ลูกชายของน้ากัญยังไงล่ะคะ พี่เขากำลังดวงตกเหมือนหนู และหมอท่านก็บอกว่าต้องอยู่กับคนที่เกิดในราศีตุลย์เพราะดวงมีความเกื้อหนุนซึ่งกันละกันเป็นเวลาสามเดือน ซึ่งคนที่เกิดในราศีตุลย์คนนั้นก็คือหนูนี่ไงคะ”

“ลูกชายคุณน้ากัญหรือคะ” อริสาทวนคำ ใจประหวัดนึกไปถึงเหนือเมฆ ชายหนุ่มใบหน้าคมคายและรอยยิ้มละไมคนนั้น

คุณพรพรรณพยักหน้าพร้อมแสดงสีหน้าอมทุกข์ด้วยความสงสารเห็นใจเพื่อน

“เพิ่งกลับจากนอกมาแท้ๆ ก็เจอเรื่องราวไม่ได้หยุด หนูก็รู้ใช่ไหมคะว่าแม่กับน้ากัญเป็นเพื่อนที่รักกันมากแค่ไหน เพื่อนของแม่มีความทุกข์ขนาดนั้นจะให้แม่อยู่เฉยได้ยังไงกัน และที่แม่ยอมให้หนูไปอยู่กับพี่เขาเพราะแม่รู้จักน้ากัญเป็นอย่างดี แม่เชื่อว่าพี่เขาไว้ใจได้ และอีกอย่างคือก็แค่สามเดือนเท่านั้น”

“ตกลงค่ะคุณแม่” อริสาพูดขึ้นในที่สุด คุณพรพรรณเบิกตากว้างด้วยความดีใจระคนแปลกใจ

“อะไรนะคะลูก หนู...หนูยอมทำตามที่คุณแม่ขอหรือคะ”

“ค่ะ” หญิงสาวรับคำพร้อมยิ้มกว้างให้ผู้เป็นแม่

“โอย!! แม่ดีใจจังเลยค่ะ ในที่สุดหนูก็ยอมจนได้ แม่มีความสุขที่สุดเลยค่ะ เดี๋ยวแม่จะนัดน้ากัญไปทานข้าวกัน หนูกับพี่เขาจะได้พูดคุยกันได้มากขึ้น” คุณพรพรรณลุกจากเก้าอี้เดินมาโอบบุตรสาวไว้

ลูกของเธอไม่ต้องขึ้นคานแล้ว ลูกของกัญจนาเพื่อนสนิทก็จะได้พ้นเคราะห์สักที

“อรเห็นใจพี่เมฆค่ะ คนดีๆ แบบนั้นต้องมาเจอเคราะห์กรรมจากดวงดาวอะไรก็ไม่รู้ ถ้าช่วยได้อรก็จะช่วยค่ะ” หญิงสาวพูดด้วยความมาดมั่น คุณพรพรรณชะงักไปทันที

“ดะ...เดี๋ยวนะคะลูก คือคนที่แม่พูดถึงเนี่ย...”

คุณพรพรรณพูดด้วยน้ำเสียงเลิกลั่ก แต่พูดยังไม่ทันจบประโยคเสียงโทรศัพท์เสียงเข้าจากกระเป๋าสะพายของอริสาก็ส่งเสียงร้องดังขึ้น หญิงสาวคว้ามาดู เป็นเบอร์จากคนในออฟฟิศ

“เดี๋ยวนะคะคุณแม่ อาจเป็นงานด่วน” เธอหันไปพูดกับผู้เป็นแม่ก่อนกดรับสาย

“มีอะไรหรือคะพี่มล...เสร็จแล้วหรือคะ ได้ค่ะได้ เดี๋ยวริสาจะเข้าไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ อยากเห็นแบบเป็นรูปเล่มเหมือนกัน ค่ะๆ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันค่ะ” พูดด้วยน้ำเสียงดีใจก่อนกดวางสาย

“หนังสือที่สัมภาษณ์พี่เมฆเสร็จเป็นรูปเล่มแล้วนะคะคุณแม่ เดี๋ยวอรจะแวะไปเอามาสักสี่ห้าเล่ม นัดน้ากัญกับพี่เมฆทานข้าวก็ดีค่ะ อรจะได้เอาหนังสือไปฝากด้วย เดี๋ยวอรไปก่อนนะคะ” อริสายื่นหน้าไปหอมแก้มผู้เป็นแม่เร็วๆ ก่อนจะเดินออกจากห้อง รวดเร็วเกินกว่าที่คุณพรพรรณจะตั้งสติได้

“ดะ...เดี๋ยวหนูอร คือมันไม่ใช่อย่างนั้น” ผู้เป็นแม่ยกมือค้างไว้ก่อนจะทิ้งลงข้างตัวพร้อมถอนใจยาว

 “โธ่!! หนูอรทำไมไม่ฟังแม่ให้จบก่อนนะ คนที่หนูจะต้องอยู่ด้วยคือพี่ฟ้าต่างหาก ไม่ใช่พี่เมฆนะลูก” แต่ประโยคเหล่านั้นก็ไปไม่ถึงหูของอริสา เพราะเจ้าตัวเดินออกจากห้องทำงานไปแล้ว

 

 

ภายในร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศแบบเป็นส่วนตัวเพราะมีการแบ่งห้องเป็นสัดเป็นส่วนคือร้านที่คุณกัญจนานัดเพื่อนเพื่อทานข้าวในวันนี้ ข้างๆ คือบุตรชายคนโต ซึ่งถูกบังคับให้มาด้วย โดยคุณกัญจนาไม่ได้บอกสาเหตุ เพียงแต่บอกว่าเป็นคนสำคัญอยากให้เขาเจอ

“เมื่อไหร่แขกคนสำคัญของคุณแม่จะมาครับ” ชายหนุ่มถามขึ้นในที่สุดเมื่อเข้ามานั่งในห้องได้เกือบ 20 นาที

“ไม่ใช่ของแม่หรอก คนสำคัญของฟ้าต่างหาก”

“ของผม ใครครับ” ชายหนุ่มชี้นิ้วมาที่หน้าอกตัวเองพร้อมถาม

“ฟ้าจำน้องอรได้หรือเปล่าลูก”

ลูกชายส่ายหน้าทันทีโดยไม่ยอมหยุดคิดให้เสียเวลา

“น้องอรลูกสาวน้าพรกับท่านนายพลอรรถยังไงล่ะคะ ตอนเด็กๆ ยังเล่นด้วยกันอยู่เลย” ผู้เป็นแม่เฉลยโดยไม่เซ้าซี้ให้ตอบ ค้ำฟ้านิ่งไปอึดใจก่อนพยักหน้ารับ

“ชอบร้องไห้เหมือนก๊อกแตก แถมยังกลัวไปหมดทุกอย่าง” ชายหนุ่มบรรยายสรรพคุณแสดงถึงความจำ คุณกัญจนายิ้มแบบฝืนๆ พร้อมพยักหน้าตาม

“แล้วนัดเขามาทำไมล่ะครับ”

“ฟ้าจำเรื่องที่แม่บอกว่า ฟ้าต้องแต่งงานกับผู้หญิงราศีตุลย์เพื่อสะเดาะเคราะห์ได้หรือเปล่าลูก” ถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นเล็กน้อย ค้ำฟ้าชะงัก คิ้วหนาดกของเขาขมวดเข้าหากัน

“คุณแม่อยากบอกนะครับว่าผู้หญิงราศีตุลย์คนนั้นคือยัยน้อยอรขี้แย” เขาถามอย่างไม่มั่นใจ ผิดกับสีหน้าของผู้เป็นแม่ที่พยักหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ

“คุณแม่หลอกผม” ค้ำฟ้ายืนขึ้นพร้อมทำท่าจะเดินออกจากห้อง ทำเอาคุณกัญจนาต้องรีบดึงแขนไว้

“เดี๋ยวสิลูก เดี๋ยวๆ ฟังแม่ก่อนนะ แม่เป็นห่วงฟ้าจริงๆ นะคะ ช่วงสองสามอาทิตย์มานี่ ฟ้าเจอแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องทำให้ต้องเจ็บตัวตลอดเลย ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างมันจะยิ่งร้ายแรงกว่านี้นะลูก”

“ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอกครับ”

“ถือว่าแม่ขอร้องนะลูก แม่ไม่อยากเสียลูกไป แม่รักลูกนะจ๊ะฟ้า” คุณกัญจนาเริ่มเล่นบทโศก

“รู้ทั้งรู้ว่าต้องทำยังไง ฟ้าจะให้แม่อยู่เฉยๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลยเหรอ แม่ทนไม่ได้หรอก ฟ้าเชื่อแม่หน่อยนะลูก แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว แล้วแม่จะไม่ขออะไรจากฟ้าอีกเลย นะลูกนะ น้าพรเขาอุตส่าห์กล่อมหนูอรได้แล้ว ฟ้าทำเพื่อแม่หน่อยนะลูก” พูดขอร้องด้วยน้ำเสียงสะอื้นอีกครั้ง ค้ำฟ้าดูจะสงบลง เขายอมกลับมานั่งยังโต๊ะญี่ปุ่นตัวเดิม

“ไม่น่าเชื่อว่าน้าพรจะยอมให้ลูกสาวเขามาอยู่กับผม” ชายหนุ่มเปรยกึ่งถามอย่างไม่เชื่อเท่าไหร่นัก

“ตอนแรกน้าพรก็ไม่ยอมหรอก แต่จะทำยังไงได้ล่ะ มีลูกสาวอยู่แค่คนเดียวนี่ จู่ๆ ก็มีคนทักว่าจะขึ้นคาน แถมยังจะเจอแต่คนไม่จริงใจ แม่เขาก็ต้องหาทางป้องกันอยู่แล้ว แต่ก็โชคดีอยู่หน่อย เพราะผู้ชายที่จะต้องอยู่ด้วยคือคนที่เกิดในราศีเมษ ซึ่งก็คือฟ้า ลูกชายของแม่คนนี้ และแม่ก็เชื่อว่าฟ้าเป็นคนที่ไว้วางใจได้”

“ยังเป็นเด็กหัวอ่อนยอมทำตามความสั่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ นี่คงเพราะมีนิสัยเชื่อคนง่ายและเรียบร้อยเลยถูกหลอกและเจอกันคนที่ไม่จริงใจ” ค้ำฟ้าวิจารณ์โดยเอานิสัยที่เคยเห็นเมื่อตอนเด็กๆ มาตัดสิน

“แม่กับน้าพรตกลงกันแล้วว่าไม่จำเป็นต้องแต่งงานกันก็ได้ แต่ขอแค่ลูกกับหนูอรอยู่ด้วยกันเป็นเวลาสามเดือนเท่านั้น ตอนนี้หนูอรเขาก็ยอมตกลงแล้ว ฟ้าคงตกลงเหมือนกันใช่ไหมลูก” คุณกัญจนาถามอีกครั้ง ค้ำฟ้านิ่งไปครู่ก่อนพยักหน้าอย่างหาทางเลี่ยงไม่ได้

“แล้วคุณแม่จะไล่ผมออกจากบ้านอีกหรือเปล่าครับ”

“ไม่ต้องจ้ะไม่ต้อง น้าพรเขาอยากให้หนูอรอยู่ที่บ้านของเรามากกว่าอยู่กับฟ้าสองต่อสองที่คอนโด”

“ก็ดีครับ น้องเขาเป็นผู้หญิง อยู่กับผมแค่สองคนอาจจะเสียหายได้ คนเรียบร้อยแบบนั้นตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเดี๋ยวจะมานั่งร้องไห้เสียใจไม่เป็นอันทำอะไรเปล่าๆ”

ผู้เป็นแม่ยิ้มเก้ออีกครั้ง ‘เรียบร้อย’ ‘เด็กหัวอ่อน’ ‘เชื่อคนง่าย’ นิสัยแบบนี้ของอริสามันหมดไปตั้งแต่ค้ำฟ้าและน้องชายถูกส่งไปเรียนเมืองนอกแล้ว คุณกัญจนายังคิดไม่ออกว่าถ้าลูกชายได้เจอกับอริสาจริงๆ ความคิดแบบเดิมๆ ยังอยู่หรือเปล่า

“แต่คุณแม่ต้องปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับแบบสุดยอดเลยนะครับ ถ้าซินดี้รู้ เขาอาจโกรธผมก็ได้และอาจไม่เข้าใจเรื่องนี้” ชายหนุ่มแสดงความกังวล ผู้เป็นแม่ชักสีหน้าไม่พอใจทันที

“รู้ก็รู้ไปสิ แม่อยากให้รู้ใจจะขาดอยู่แล้ว ผู้หญิงแบบนั้นฟ้าชอบเข้าไปได้ยังไงนะ สัมมาคารวะก็ไม่มี ฟ้ารู้ไหมว่าเขาไม่เคยยกมือไหว้แม่เลยด้วยซ้ำ มารยาทต่อผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ดีเลย”

“ใครบอกละครับคุณแม่ ใครๆ ก็ชมเขาทั้งนั้น ทั้งนิสัยดีทั้งมีมารยาท ตอนนั้นเขาอาจจะยุ่งๆ อยู่ก็ได้ ตอนนี้เขาก็กำลังจะไปโด่งดังถึงเมืองนอกแล้วนะครับ”

“สร้างภาพล่ะไม่ว่า แม่ดูแวบแรกก็รู้ทะลุหมดแล้วว่าเป็นยังไง อาชีพนางแบบมันจะไปได้นานซักแค่ไหนกัน คิดจะจับฟ้าเพื่อหวังสบายสิไม่ว่า แม่บอกไว้ก่อนเลยนะว่าแม่ไม่ยอมรับนางแบบคนนั้นหรอก”

“โธ่!! คุณแม่คร้าบบบบ” ค้ำฟ้าทำเสียงอ้อนมองผู้เป็นแม่ตาละห้อย

“ดูต่อไปละกันตาฟ้า แล้วจะรู้ว่าที่แม่พูดเป็นเรื่องจริง ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้จริงใจกับลูกหรอก”

“น้าพรกับน้องอรมาช้าจังเลยนะครับ” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องเมื่อน้ำเสียงของผู้เป็นแม่เริ่มแข็งขึ้น

“เดี๋ยวแม่โทรถามอีกครั้ง” คุณกัญจนาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แต่ยังไม่ได้กดหมายเลข เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ประตูไม้บานนั้นถูกเลื่อนเปิดออกด้วยสาวสวยในชุดกิโมโนที่ผายมือให้แขกอีกสองคนเดินเข้ามา...คุณพรพรรณกับอริสา นั่นเอง

“อ้าว!! พร มาแล้วเหรอ กำลังจะโทรตามเธออยู่พอดี เข้ามาเลย เข้ามา” คุณกัญจนาลุกขึ้นจากโต๊ะญี่ปุ่นตัวใหญ่เดินเข้าไปต้อนรับเพื่อน ค้ำฟ้าลุกขึ้นต้อนรับตามผู้เป็นแม่

อริสาก้าวออกจากด้านหลังของผู้เป็นแม่พร้อมยกมือไหว้คุณกัญจนาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเผื่อรอยยิ้มนั้นไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วย ก่อนรอยยิ้มนั้นจะหายไป ดวงตากลมหวานของเธอเบิกกว้าง

ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่เหนือเมฆ!! แต่เป็น...

“คุณ!!” มือที่พนมเตรียมไหว้ทักทายเปลี่ยนเป็นชี้นิ้วก่อนจะสลัดลงมาวางไว้ข้างตัว

“เธอ!!” สีหน้าและน้ำเสียงของค้ำฟ้าดูไม่แตกต่างกับหญิงสาวเท่าไหร่นัก ใบหน้าที่ยิ้มแย้มต้อนรับเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้คุณพรพรรณนั้นคือใคร

น้องอร หญิงสาวชื่อฟังดูน่าทะนุถนอมและคนที่เขาคิดว่าเรียบร้อย อ่อนหวาน เหมือนเมื่อครั้งอดีต ต้องไม่ใช่ผู้หญิงที่จับเขาทุ่มลงพื้นจนหลังยอกคนนี้แน่ๆ

“คุณแม่ครับ” ค้ำฟ้าหันไปเรียกน้ำเสียงนั้นเหมือนต้องการให้ผู้เป็นแม่ยืนยันว่า นี่ไม่ใช้น้องอร เด็กน้อยหัวอ่อนในอดีต

“เอ่อ...เข้ามานั่งกันก่อนดีกว่า นี่พี่ฟ้านะคะหนูอร น้าคิดว่าหนูคงจำพี่เขาได้” คำแนะนำจากคุณกัญจนาคงเป็นคำตอบให้กับค้ำฟ้าได้ดี ชายหนุ่มเบิกตาเมื่อได้รับการยืนยัน เช่นเดียวกับสีหน้าของอริสาที่มีแววตกใจ

“ไหนคุณแม่บอกว่าลูกชายของน้ากัญที่เพิ่งกลับจากนอก กำลังมีเคราะห์ไม่ใช่หรือคะ แล้ว...แล้วทำไม” หญิงสาวหันไปถามผู้เป็นแม่สีหน้าเลิกลั่ก

“คือ...ลูกชายน้ากัญกลับจากนอกก็จริง แต่คนที่มีเคราะห์คือพี่ฟ้าจ้ะลูก”

“ทำไมคุณแม่ไม่บอกอรก่อนล่ะคะ”

“ก็แม่ไม่มีเวลาบอกเลยนี่คะลูก” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่อ่อยลงเล็กน้อย

จะให้บอกได้อย่างไรกันว่าสิ่งที่บุตรสาวเข้าใจนั้นผิดทั้งหมด นี่ขนาดเพิ่งจะพบหน้ากันเท่าไหร่ อริสาก็แสดงท่าทางไม่ยอมเสียแล้ว ถ้าบอกก่อน ลูกคงไม่มาและไม่ยอมทำตามสัญญาแน่ๆ

“นี่มันเรื่องอะไรกันครับคุณแม่ อย่าบอกนะครับว่าคนที่จะมาแก้ดวงให้ผมคือผู้หญิงคนนี้” ค้ำฟ้าหันไปถามผู้เป็นแม่บ้าง คุณกัญจนาพยักหน้า

“ไม่มีทาง ผมไม่ยอมอยู่กับผู้หญิงคนนี้แน่ ตัวอันตรายชัดๆ เขาเคยจับผมทุ่มลงพื้นจนหลังยอกนะครับคุณแม่ แทนที่จะพ้นเคราะห์กลับยิ่งเคราะห์หนักเข้าไปอีก”

“แต่ครั้งนั้นฉันขอโทษคุณไปแล้วนะ คุณเป็นผู้ชายก็น่าจะให้อภัยผู้หญิงสิ ไม่ใช่มาเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนี้” อริสาไม่ยอมแพ้ เมื่ออีกฝ่ายกำลังกล่าวหาว่าเธอเป็นตัวเคราะห์ของเขา

“เข้าใจผิดด้วยเหตุการณ์ไร้สาระแบบนั้น ฉันไม่ยกโทษให้หรอก ไม่ดูตาม้าตาเรือ จู่ๆ ก็มากล่าวหาคนอื่นแบบนั้น ฉันไม่เอาเรื่องเธอก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

อริสาฮึดฮัดทำท่าจะเข้าประชิดตัวจนผู้เป็นแม่ต้องรีบห้าม

“เอ่อ...กัญ เอาเป็นว่าวันนี้ฉันกับลูกกลับก่อนดีกว่านะ ไปหนูอร กลับเถอะ” พูดพลางดึงแขนอริสาให้เดินออกจากห้องนั้น

“คนเจ้าคิดเจ้าแค้น นิสัยไม่ดี ไม่เห็นเหมือนพี่เมฆสักนิด นายคนบ้า”

“ยัย!! ยัย!!” ค้ำฟ้าชี้นิ้วเตรียมหาคำมาต่อ

“หยุดนะฟ้า ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้นะ ไปยืนว่าน้องแบบนี้ได้ยังไงกัน” คุณกัญจนาเอ็ดบุตรชายเสียงเขียว

“ถ้าคุณแม่จะให้ผมอยู่ร่วมบ้านกับยัยนั่น ผมไม่อยู่แน่นอน ยอมให้ราหูเล่นงาน ดีกว่าต้องอยู่กับยัยอรินั่น”

“ฟ้า!! เกรงใจน้าพรบ้างสิ น้องชื่ออริสา”

ค้ำฟ้ายักไหล่ก่อนกลับไปนั่งที่เดิม คุณกัญจนาเดินตามเพื่อนออกไปนอกห้องพร้อมทั้งบอกเลิกรายการอาหารที่สั่งไว้ทั้งหมด

ดวงตาคมของค้ำฟ้ามองประตูบานนั้นด้วยความขุ่นมัว

คนที่จะมาช่วยให้พ้นเคราะห์และเกื้อหนุนต่อกัน ค้ำฟ้าคิดพร้อมหัวเราะหึๆ ออกมา ดาวอริที่กำลังโคจรอยู่ใกล้เขาและทำให้เกิดเคราะห์หนักแบบนี้ คงมีชื่อเต็มๆ ว่า ดาวอริสา แน่ๆ

 

...........................

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา