ราชาเจ้าสำราญ : ชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ

เชิญล้อมวงเข้ามานั่งบนพรมค่ะ วันนี้จะมาเล่าเรื่องฝรั่งให้ฟัง
เลยขอไม่ปูเสื่อแบบไทยๆอย่างครั้งก่อนละนะคะ

ขอเล่าครั้งและเล็กละน้อยเท่าที่จะหาเวลาได้ ระหว่างนั่งฟัง กรุณาให้เสียงทักทายกันบ้าง อย่ามัวแต่เงียบ
ไม่งั้นคนเล่าจะเก้อ

ขอเริ่มความเป็นมาก่อนว่าทำไมถึงสนใจพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ ซึ่งมีพระชนม์ชีพอยู่เมื่อ ค.ศ. 1630-1685
ถ้าเทียบกับไทยก็คือ พ.ศ. 2173- 2228
ประมาณรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ของกรุงศรีอยุธยา

ในตอนแรกไม่รู้จักพระองค์ท่านหรอกค่ะ แต่ว่าเคยอ่านพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เรื่อง "นินทาสโมสร" และ "ชิงนาง"
ทรงแปลจาก School for Scandals และ The Rivals ของ Richard Sheridan
เป็นเรื่องที่สนุกมาก ทั้งสองเรื่อง

ต่อมาเมื่อเรียนวิชา Drama ก็พบว่า เชอริแดนเป็นนักเขียนบทละครโด่งดัง ในยุค Restoration Drama
ซึ่งเป็นยุคทองของละครประเภทหัสนาฏกรรม(Comedy) ของอังกฤษ
Restoration ก็คือยุคของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 นี่เอง

ชีวิตของพระองค์เป็นชีวิตที่โลดโผนเต็มไปด้วยสีสันยิ่งกว่านิยาย แปลกที่ไม่ค่อยจะมีใครเอามาทำหนังกัน
ทั้งที่มีครบทุกรส ทั้งตื่นเต้นผจญภัย โศกเศร้า ระหกระเหิน รักร้อนแรง
เรียกว่าเป็นราชันย์ที่มีสีสันมากที่สุดพระองค์หนึ่งของอังกฤษก็ว่าได้

อัญเชิญพระฉายาลักษณ์มาให้ชมกันก่อน เป็นการเรียกน้ำย่อย
.
16 ม.ค. 2549 10:41
100 ความเห็น
15675 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 64 โดย เทาชมพู

เชิญเข้ามานั่งในห้องตามสบายค่ะ ทั้งสองท่าน ได้เห็นหน้าเห็นตากัน

เชื่อแล้วว่าเลดี้คาสเซิลเมนเป็นสาวทรงเสน่ห์ตัวจริงเสียงจริง
ขนาดคุณ paganini เกิดทีหลังตั้ง 300 ปี ยังไม่วายต้องมนต์เสน่ห์เธอเข้าหน่อยๆ
**********************************
เล่าต่อ

เลดี้คาสเซิลเมนครองตำแหน่งพระสนมอย่างเปิดเผยในราชสำนัก มีความสำคัญแค่ไหนก็ลองคิดดูจากเหตุการณ์นี้
เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์อภิเษกกับเจ้าหญิงแคทเธอรีนแห่งโปรตุเกศ ทรงกำหนดตำแหน่ง Lady of the Bedchamber ให้พระสนมเป็นเกียรติยศ
ฟังชื่อตำแหน่งเหมือนกับมีหน้าที่ถวายงานรับใช้ ดูแลห้องบรรทมของพระราชินี
ความจริงเปล่าหรอกค่ะ ไม่มีหน้าที่รับใช้ใคร เป็นตำแหน่งโก้ๆ ในฐานะข้าราชสำนักฝ่ายหญิงที่สูงศักดิ์ สำหรับได้รับเชิญมาร่วมในพระราชพิธีต่างๆ

แม้ว่าพระราชินีทรงคัดค้านก็ไม่สำเร็จ อำนาจของเลดี้คาสเซิลเมนแผ่กว้างอยู่เต็มราชสำนัก ในฐานะคนโปรดของพระราชา
หล่อนได้ครองตำแหน่ง Lady of the Bedchamber อย่างเต็มภาคภูมิเพื่อมาร่วมงานพระราชพิธีทุกครั้ง และครองอยู่ยาวนานจนถึงปลายรัชสมัย
จนมีกฎหมายออกมา ห้ามผู้นับถือคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิครับราชการในตำแหน่งใดๆ บาร์บาราผู้เป็นโรมันคาทอลิคจึงหลุดจากตำแหน่งไป
29 ม.ค. 2549 08:11


ความคิดเห็นที่ 65 โดย เทาชมพู

ในยุคเฟื่องฟู เมื่อต้นรัชกาล บาร์บาราทำอะไรได้ตามใจชอบทุกอย่าง ไม่ว่าออกงานไหนก็แต่งตัวหรูหราอลังการตามแฟชั่นในยุคนั้น
ประดับเพชรพลอยแพงลิบ จงใจข่มพระราชินีให้อับรัศมีลงไป

ถ้าคราวใดชาร์ลส์ไม่กำนัลเพชรนิลจินดาให้ หล่อนก็ตรงไปที่ร้านเพชร เลือกเอาตามใจชอบแล้วให้พ่อค้าส่งใบเสร็จมาเก็บเงินที่พระราชา
พระเจ้าชาร์ลส์ผู้ตามใจพระสนมคนนี้เสมอ ก็ทรงจ่ายพระราชทรัพย์ให้ไม่เคยปริปากบ่น

ปรปักษ์สำคัญของเลดี้คาสเซิลเมนคือเอ็ดเวิร์ด ไฮด์ เอิร์ลแห่งคลาเรนดอน ราชเลขาธิการ และเสนาบดีคลัง
ลอร์ดคลาเรนดอนเป็นผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากมากับพระเจ้าชาร์ลส์สมัยระหกระเหินอยู่นอกอังกฤษ จงรักภักดีกับพระราชาเสมอต้นเสมอปลาย
เขามีส่วนช่วยในการบริหารราชการที่สำคัญๆเสมอมา
ด้วยความภักดีต่อชาร์ลส์ และเห็นพระทัยพระราชินี ลอร์ดคลาเรนดอนจึงทนความหยิ่งผยองเอาแต่ใจของเลดี้คาสเซิลเมนไม่ไหว พยายามคานอำนาจหล่อน
แต่ก็โค่นหล่อนไม่ลง ตัวเขาเองกลับเป็นฝ่ายหลุดจากเก้าอี้ไปก่อนเพราะเรื่องทางการเมือง

นอกจากจะผลาญพระราชทรัพย์อย่างสนุกมือแล้ว เลดี้คาสเซิลเมนยังทำแสบสันต์ในเรื่องอื่นๆอีกเช่นเล่นการพนันหมดเงินทองไปทีละมากๆ
และรับสินบนใต้โต๊ะเพื่อวิ่งเต้นให้ใครต่อใครได้ตำแหน่งดีๆ
ใครอยากไปเป็นทูตประจำประเทศนั้นประเทศนี้ก็ต้องเอาเงินทองของกำนัลมาประเคนให้หล่อน
เพราะหล่อนเป็นคนเดียวที่กราบทูลพระราชาได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนของราชการ

เลดี้คาสเซิลเมนคลอดโอรสธิดานอกกฎหมายคนแล้วคนเล่ากับพระราชา
เรื่องนี้เพิ่มพูนอำนาจของหล่อนให้ทวีขึ้นในราชสำนัก แม้ว่าเด็กๆไม่ได้เป็นเจ้าฟ้า
แต่ผู้ชายก็ได้เป็นขุนนาง ผู้หญิงก็เป็นเลดี้ พระราชาเองก็ทรงเอาใจใส่ประทานเกียรติยศเงินทองให้ทุกคน
หลายปีต่อมา ทรงเลื่อนหล่อนขึ้นเป็นดัชเชสแห่งคลีฟแลนด์แต่ผู้เดียว (โดยที่โรเจอร์ไม่ได้เป็นดยุค ยังเป็นลอร์ดคาสเซิลเมนอยู่ยังงั้น) ลูกชายคนโตของหล่อนก็ได้สืบตำแหน่งขุนนางอันทรงเกียรติ แม้ว่าเป็นลูกนอกกฎหมายของพระราชาก็ตาม
29 ม.ค. 2549 08:17


ความคิดเห็นที่ 66 โดย เทาชมพู

บาร์บารามีวิธีวีนแตก ขู่เข็ญบังคับพระราชาให้ทรงยอมทุกอย่างที่หล่อนเรียกร้อง แม้แต่พระราชินีก็ไม่อาจจะแตะต้องหล่อนได้
แต่สิ่งเดียวที่บาร์บารากุมอำนาจเหนือพระองค์ไม่ได้คือห้ามมีพระสนมอื่นๆ แต่พระสนมพวกนั้นก็ไม่มีใครทาบรัศมีหล่อนได้สักคน

ในเมื่อชาร์ลส์ก็ยังมีพระสนมใหม่ไม่รู้จบ บาร์บาราก็เลยแก้เผ็ดด้วยการมีชู้หลายต่อหลายคน ตั้งแต่หนุ่มธรรมดาไปจนขุนนางใหญ่น้อย
ว่ากันว่าลูกคนสุดท้องของหล่อนก็คือลูกชู้ที่ชื่อจอห์น เชอร์ชิลล์
บาร์บาราได้เงินทองของหลวงมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย หล่อนเอาไปปรนเปรอชู้อีกทีหนึ่ง เรื่องนี้พระราชาเองก็ทรงทราบ แต่ก็ยังจัดการกับหล่อนไม่ได้จนแล้วจนรอด

อำนาจของบาร์บาราเริ่มเสื่อมลงพร้อมกับวัยที่สูงขึ้น ความงามชักโรยรา
พระสนมสาวสวยคนใหม่ๆเข้ามาเป็นคู่แข่ง เช่นมอล เดวิส และเนล กวินน์ นางละครสาวสวยทั้งคู่
ต่อมาคู่แข่งคนสำคัญ คือนางพระกำนัลของพระราชินีเฮนเรียตตา พระน้องนางของชาร์ลส์ เป็นสาวผู้ดีชาวฝรั่งเศสชื่อหลุยส์ เดอ คารูอาล ก็เข้ามาชิงตำแหน่งพระสนมคนโปรดในราชสำนักไปจนได้

หลังจากครองอำนาจมาร่วม 10 ปี บาร์บาราก็ตกกระป๋อง
พระราชาทรงเบื่อหน่ายในตัวหล่อน แต่ก็ทรงทำให้หล่อนพ้นตำแหน่งไปด้วยดี
ด้วยการประทานบรรดาศักดิ์ดัชเชสแห่งคลีฟแลนด์ให้ และมีเบี้ยหวัดประจำปีให้อย่างงาม

รายละเอียดในบั้นปลายชีวิตจางหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ รู้แต่ว่าหล่อนหอบลูกคนรองๆถึงคนเล็กรวมแล้วสี่คนไปพำนักอยู่ในปารีส แต่จะอยู่นานแค่ไหนไม่ทราบ

พระเจ้าชาร์ลส์สวรรคตในปี 1685 โรเจอร์ตายในปี 1705 พอสามีตาย พันธะที่ผูกพันตามกฎหมายก็หมดไป
บาร์บาราแต่งงานใหม่ ในวัย 65 แต่ยื่นคำร้องให้เป็นโมฆะเพราะจับได้ว่าเจ้าบ่าวมีเมียแล้วยังไม่ได้หย่ากัน
อีกไม่นาน หล่อนถึงแก่กรรมในค.ศ. 1709 ด้วยโรคท้องมาน (Edema or oedema, formerly known as dropsy)อายุ 69 ปี

ชื่อโรคนี้ได้มาจากเปิดคำแปลในพจนานุกรม ถ้าผิดช่วยแก้ไขให้ด้วยค่ะ
ภาพนี้วาดตอนบาร์บาราอายุมากแล้ว เป็นดัชเชสแห่งคลีฟแลนด์
29 ม.ค. 2549 08:36


ความคิดเห็นที่ 67 โดย เทาชมพู

ดิฉันมี ดีวีดีหนังอยู่เรื่องหนึ่งชื่อ The Lady and the Highwayman ซื้อลดราคาจากห้าง Walmart ในอเมริกา ด้วยราคา 1 ดอลล่าร์
เป็นหนังอังกฤษ ปี 1989 สมัยฮิวจ์ แกรนท์เพิ่งเข้าวงการได้ไม่นาน ยังเล่นหนังเล็กๆอยู่ หนุ่มหล่อเชียวละค่ะในชุดขุนนางสมัย Restoration
เป็นเรื่องที่พระเอกเป็นรอยัลลิสต์ที่เคยรบให้พระเจ้าชาร์ลส์ สมัยทำศึกกับครอมเวลล์ พอพระราชาแพ้ เขาก็ต้องหนีไปซุ่มซ่อนตัวเป็นโจร
ส่วนนางเอกน่ารักมาก เป็นเลดี้สาวน้อยในราชสำนัก ผมสีทองตาสีฟ้า สวยใสแบบกุหลาบอังกฤษ

เรื่องนี้ทำจากนิยายน้ำเน่าสุดหวานฉ่ำของคุณทวด Barbara Cartland นักเขียนนิยายอังกฤษที่มีสถิติการจำหน่ายสูงสุดในโลก เธอตายไปเมื่อปี 1997

ในหนัง ไมเคิล ยอร์คเล่นเป็นพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 และเอมม่า แซมส์เล่นเป็นเลดี้คาสเซิลเมน สวยและน่ารักมาก
ฉากและเสื้อผ้าในเรื่องอลังการเอาการ แม้ว่าเป็นหนังเล็ก ก็ทำออกมาสวยสดใส มีฉากนางเอกจวนถูกประหารบนตะแลงแกงด้วย ผู้สร้างเขาทำฉากได้สมจริงดี
ลงทุนโฆษณาให้ฟรีๆ เผื่อใครอยากดูบ้างจะได้ไปหาซื้อน่ะค่ะ
29 ม.ค. 2549 08:49


ความคิดเห็นที่ 68 โดย Nuchana

กำลังสนุก แต่ไม่กล้าถามแล้วค่ะ กลัวอาจารย์เก็บเรคคอร์ด
29 ม.ค. 2549 18:37


ความคิดเห็นที่ 69 โดย เทาชมพู

โอ๋..โอ๋
ถามหน่อยน่า...
29 ม.ค. 2549 20:51


ความคิดเห็นที่ 70 โดย Nuchana


.
29 ม.ค. 2549 22:41


ความคิดเห็นที่ 71 โดย ชื่นใจ

อาจารย์คะ นึกว่าอาจารย์จะให้ยืมดีวีดีมาดู

ที่ไหนได้...ให้หาซื้อเอง







30 ม.ค. 2549 04:22


ความคิดเห็นที่ 72 โดย เทาชมพู

คุณชื่นใจ อยากจะอัดแจกเหมือนกันค่ะ
แต่ 1) ยังทำไม่เป็น 2) ไม่อยากโดนเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์
คุณนุชนา ฟังๆไป เดี๋ยวก็หายกลัวเองแหละ
****************************
ค.ห. ก่อนนี้พูดถึงพระสนมคนใหม่ที่ทำให้เลดี้คาสเซิลเมนตกกระป๋องไป ก็จะเล่าถึงบทบาทของหล่อนในค.ห.นี้ละค่ะ
หล่อนคือหลุยส์ เดอ เครูอาล นางพระกำนัลของเจ้าหญิงเฮนเรียตตาพระน้องนางของพระเจ้าชาร์ลส์ ผู้ได้เป็นดัชเชสแห่งออลีนส์ (หรือออกเสียงอย่างฝรั่งเศสว่า ออเลอังส์)

ดัชเชสเสด็จมาเยี่ยมพระราชาเมื่อค.ศ. 1670 เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ทรงเห็นนางพระกำนัลสาวหน้าอ่อนใส ตามรูปนี้
มารยาทอ่อนช้อยสมกับมาจากตระกูลผู้ดีเก่า ก็พอพระทัยหล่อนทันที

เมื่อดัชเชสสิ้นพระชนม์กะทันหัน ไม่ทันเสด็จกลับ หลุยส์ตกค้างอยู่ในราชสำนักอังกฤษ
พระราชาทรงเมตตาประทานตำแหน่งนางพระกำนัลของพระราชินีให้หล่อน และที่ทรงเมตตามากกว่านั้นก็คือตำแหน่งพระสนมคนใหม่

ปีต่อมาหลุยส์คลอดบุตรชาย ชื่อชาร์ลส์ เลนนอกซ์ ต่อมาพระเจ้าชาร์ลส์ทรงแต่งตั้งเป็นดยุคแห่งริชมอนด์
ในเมื่อหล่อนเป็นสาวโสด ไม่มีสามีตามกฎหมาย พระเจ้าชาร์ลส์ก็ไม่ต้องประทานยศศักดิ์ให้สามีเป็นที่ประดักประเดิดอย่างโรเจอร์ พาล์มเมอร์
แต่ว่าตั้งหล่อนเป็นดัชเชสแห่งปอร์ตสมัธ โดยไม่ต้องมีท่านดยุค
ตำแหน่งแบบนี้เรียกว่า Duchess in Her Own Right คือเป็นหญิงที่มีสิทธิ์ในบรรดาศักดิ์ด้วยตนเอง ไม่ใช่ว่าได้เพราะเป็นภรรยาขุนนางชั้นดยุค
30 ม.ค. 2549 10:27


ความคิดเห็นที่ 73 โดย เทาชมพู

เห็นหน้าสวยๆ ซื่อๆยังงี้ละค่ะ พระสนมคนใหม่ร้ายไม่น้อยกว่าคนเก่า หรืออาจจะมากกว่าเสียอีก

ทั้งที่หล่อนเป็นพระสนมของพระราชาอังกฤษ แต่บุคคลที่หลุยส์จงรักภักดีแท้จริงกลับเป็นพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส เจ้าแผ่นดินของหล่อน
หล่อนทำหน้าที่เป็นสายลับตามพระราชโองการลับจากฝรั่งเศส สืบรู้ตื้นลึกหนาบางทั้งปวงในราชสำนัก แล้วรายงานข่าวกลับไปฝรั่งเศส
ตลอดจนพยายามโน้มน้าวพระราชาอังกฤษไปในทางที่เป็นประโยชน์ของต่อประเทศของหล่อน
เช่น หล่อนพยายามชักจูงพระเจ้าชาร์ลส์ให้หันไปนับถือคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิคแบบฝรั่งเศส เพื่อเพิ่มพูนอำนาจให้ทางฝ่ายเจ้านายตัวจริงของหล่อน

แต่เคราะห์ดีที่พระเจ้าชาร์ลส์ฉลาดพอจะไม่ยอม ทั้งที่ส่วนลึกพระองค์ก็เลื่อมใสคาทอลิคอยู่มาก
แต่ทรงรู้ดีว่าถ้าทรงประกาศเป็นคาทอลิคในประเทศที่เป็นโปรแตสแตนท์อย่างเหนียวแน่น บัลลังก์ที่ประทับอยู่อาจจะพังครืนลงมาก็ได้

อย่างที่สองคือหลุยส์ฟาดฟันคู่แข่งกระเด็นออกไปอย่างไม่ยั้ง ไม่ว่าพระสนมเก่าอย่างเลดี้คาสเซิลเมน หรือโอรสองค์ใหญ่อย่างดยุคแห่งมอนมัธ แต่พระสนมที่หล่อนกำจัดไม่สำเร็จคือเนล กวินน์ นางละครคนสวย

หล่อนตีสนิทกับเสนาบดีสำคัญๆ ยอมแม้แต่ลักลอบเป็นชู้กับพวกเขา เพื่อสืบรู้ตื้นลึกหนาบางในด้านการเมืองการต่างประเทศ เป็นประโยชน์แก่ประเทศของหล่อน
30 ม.ค. 2549 10:36


ความคิดเห็นที่ 74 โดย เทาชมพู

นิสัยเสียอีกอย่างของหลุยส์คือโลภมาก หล่อนกอบโกยพระราชทรัพย์ไปรองรังของตัวเองอย่างไม่อั้น
หล่อนมีห้องชุดหรูหราอยู่ในพระราชวังไวท์ฮอลล์ซึ่งแต่งใหม่แล้วแต่งใหม่อีกถึง 3 ครั้งกว่าจะเป็นที่พอใจ สิ้นเปลืองเงินไปไม่รู้ว่าเท่าไหร่

หลุยส์ได้เบี้ยหวัดรายปีถึง 27,300 ปอนด์ ไม่รวมเพชรพลอยและเงินทองที่พระเจ้าชาร์ลส์ประทานให้ลูกชาย อีกมาก
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก็ทรงส่งของกำนัลแพงๆมาให้หล่อนเป็นประจำเพื่อตอบแทนที่หล่อนรับใช้ด้วยดี

หลุยส์มีวิธีเรียกร้องจากพระเจ้าชาร์ลส์คนละแบบกับเลดี้คาสเซิลเมน คนเก่าชอบวีนพระราชาเพื่อจะเอาให้ได้ ส่วนหลุยส์เป็นดาราเจ้าน้ำตา
ถ้าพระเจ้าชาร์ลส์ไม่ให้สิ่งที่หล่อนร้องขอ หล่อนก็ฟูมฟายน้ำตาใช้มายาหญิงให้พระทัยอ่อน ในที่สุดหล่อนก็ได้ไปทุกที
หมดเวลาแล้วค่ะ ต่อพรุ่งนี้
30 ม.ค. 2549 10:41


ความคิดเห็นที่ 75 โดย เทาชมพู

คุณชื่นใจคะ ดิฉันเอารูปนางเอกในหนังมาให้ดูเป็นตัวอย่าง คุณอยู่อังกฤษน่าจะหา DVD เรื่องนี้ได้ไม่ยาก
เห็นสไตล์การทำผมแต่งตัวแบบสมัย Restoration ไหมคะ ถ้าดูหนังแล้วจะเห็นชุดนางเอกสวยมากๆด้วยค่ะ
นางเอกหน้าหวานคนนี้เป็นสาวอังกฤษค่ะ เคยดังขนาดได้ชื่อว่า The Face of the 80s
แต่ปัจจุบันเธอเป็นสาวใหญ่วัยกลางคน หันเหไปเล่นหนัง x ถ่ายนู้ดเสียแล้ว น่าเสียดาย
30 ม.ค. 2549 10:55


ความคิดเห็นที่ 76 โดย ชื่นใจ

ขอบพระคุณค่ะอาจารย์เทาชมพู



พูดถึงเรื่องชุดของนางเอก เหมือนกับอาจารย์จะหยั่งรู้ (หรือหยั่งรู้ได้จริงคะ ?)

ชอบ Costume ของสาวโบราณเมืองนี้มากเลยค่ะ

เคยแวะไป Victoria and Albert Museum ที่ London

ใช้เวลาหมดไปกับห้องที่จัดแสดง Costume

ห้องอื่นๆ เลยถูกเมินไปโดยปริยาย



ส่วนเรื่องดีวีดี จะจดชื่อเข้าแถวรอซื้อไว้ค่ะ

ตอนนี้อันดับหนึ่งในรายการรอซื้อคือ Pride and Prejudice ค่ะ
31 ม.ค. 2549 00:06


ความคิดเห็นที่ 77 โดย Andreas

It has been a long time since I first came to read this topic.......I am really sorry for being silent in the last couple weeks....



Due to I have to fix my laboratory system, I have not had a time to even come to read and reply....



Today it is a good day for me; after I put my samples into the instruments....I can sit in front of my computer and start reading the whole story again.



Anyway…….



With lots of research & information collecting done, Khun PingandGrey has brought us the great story again……This story has opened my eyes to know King CharlesII, also things happening inside the England Dynasty once more. I indeed thanks for your kind contribution.



As I have read quite a lot of Ladies’ biography……it seems to me that “cheating their husband” is quite common in England, especially inside the palace…….why?





Best Regards

Andreas
31 ม.ค. 2549 03:04


ความคิดเห็นที่ 78 โดย เทาชมพู

ตอบคุณ Andreas

การแต่งงานในสมัยโบราณ โดยเฉพาะในเจ้านายและผู้ดีมีตระกูล แต่งกันเพราะความเหมาะสมทางหน้าตาและสินสอด น้อยรายจะเป็นเพราะความสมัครใจรักใคร่กันจริง

เพราะฉะนั้นเมื่อแต่งกันแล้ว ผู้หญิงมีลูกให้สามีได้แล้ว ถือว่าผลิตทายาทให้เขาตามหน้าที่ ครบถ้วน หลังจากนั้นเธอจะไปทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ เพราะตัวสามีเองก็ทำอะไรได้ตามใจชอบมาตั้งแต่แรก



ผู้ชายก็ไปมีเมียน้อย เมียเก็บ ผู้หญิงก็ไปมีชู้ ถ้าอยากจะมี เพราะเธอยังสาวอยู่มาก สามีก็รู้ แต่ตราบใดที่ยังไม่ล้ำเส้นให้เขาลำบากใจ เขาก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ ออกงานร่วมกันกับภรรยาไปเรื่อยๆ ทั้งที่ชู้นั้นบางทีก็ขุนนางด้วยกันนี่แหละค่ะ

ส่วนลูกเต้าคลอดออกมา พี่เลี้ยงก็เลี้ยงไป พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยง จ้างครูมาสอนที่บ้าน พอโตก็ส่งเข้าโรงเรียน



พระราชินีนาถวิกตอเรียทรงแหวกจากค่านิยมเดิมๆ ด้วยการเลือกพระสวามีด้วยความสมัครพระทัย อภิเษกสมรสกันด้วยความรัก ต่างองค์ต่างซื่อสัตย์ต่อกัน เจ้าชายอัลเบิร์ตเป็นผู้ที่เคร่งในศีลธรรม ไม่เคยสนพระทัยหญิงอื่นเลย ทั้งสองพระองค์ทรงมีครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่นมาก

พระราชินีนาถจึงทรงกำหนดระเบียบในราชสำนักเสียใหม่ ให้เลิกเหลวเละกันเสียที ข้าราชสำนักต้องแต่งงาน ไม่ใช่เป็นเพลย์บอย มีเมียเก็บไปวันๆ และห้ามมีเรื่องชู้สาว มิฉะนั้นจะต้องถูกปลดออกจากหน้าที่

ผลก็คือราชสำนักของควีนวิกตอเรียได้ชื่อว่ามีระเบียบเรียบร้อยและเคร่งครัด เรื่องนางเล็กๆของขุนนางถ้ามีก็ต้องแอบๆ กันมิดชิด ห้ามเปิดเผยอย่างสมัยก่อน

แต่พอสิ้นรัชสมัยพระราชินีนาถ พระราชโอรสคือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ก็ทรงกลับไปดำเนินรอยตามแบบเดิมๆ รอยเดียวกับพระเจ้าชาร์ลส์ แทบจะพิมพ์เดียวกัน
31 ม.ค. 2549 07:40


ความคิดเห็นที่ 79 โดย เทาชมพู

ต่อเรื่องหลุยส์

หลุยส์เป็นคนรู้ใจพระเจ้าชาร์ลส์ทะลุปรุโปร่งว่าทรงมีจุดอ่อนอย่างไรบ้าง หล่อนจึงรักษาตำแหน่งพระสนมไว้ได้เหนียวแน่น
ไม่ตกกระป๋องจนตลอดรัชสมัย แม้ว่ามีคู่แข่งที่หล่อนกำจัดไม่สำเร็จอย่างเนล กวินน์ก็ตาม

ดวงหล่อนแข็งเอาการ สามารถรอดพ้นเหตุวิกฤตทางการเมืองไปได้หลายครั้ง อย่างที่ยากที่พวกคาทอลิคจะรอดไปได้
อย่างเช่น Popish Plot ในปี 1678 ซึ่งมีการกุข่าวขึ้นมาว่าพวกคาทอลิควางแผนลอบปลงพระชนม์พระเจ้าชาร์ลส์
เพื่อจะยกเจ้าชายเจมส์พระอนุชาที่เป็นคาทอลิคขึ้นครองบัลลังก์แทน

ข่าวนี้เล่นเอาบ้านเมืองปั่นป่วน เกือบแตกเป็นสองฝ่าย มีผู้บริสุทธิ์โดนต้องกล่าวหากันระนาว แม้แต่พระราชินีแคทเธอรีนเองก็อยู่ในข่าย
แต่ว่าหลุยส์กลับรอดปลอดภัยไปได้

หล่อนได้เฝ้าพระเจ้าชาร์ลส์จนถึงเวลาสวรรคต หลุยส์เป็นคนจัดให้บาทหลวงคาทอลิคมาทำพิธีรับศีลและล้างบาปให้พระองค์
ชาร์ลส์ได้เปลี่ยนมานับถือคาทอลิคอย่างที่เป็นพระประสงค์ส่วนลึกมานานแล้ว ไม่กี่นาทีก่อนสวรรคต
31 ม.ค. 2549 07:56


ความคิดเห็นที่ 80 โดย เทาชมพู

เมื่อสิ้นรัชกาลเก่า ราชาองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ หลุยส์หมดหน้าที่ในอังกฤษ ก็เดินทางกลับไปอยู่ในฝรั่งเศส
ก่อนหน้านี้ พระเจ้าชาร์ลส์ได้ประทานปราสาทและที่ดินในแคว้นโอบิญญีให้เป็นสิทธิ์ของหล่อน
เพื่อจะได้อยู่อาศัยเมื่อสิ้นบารมีพระองค์แล้ว

ที่จริงหลุยส์ก็ได้กอบโกยเงินทองจากราชสำนักไปมากพอจะอยู่อย่างเศรษฐินีอย่างสบายไปจนตาย
แต่เบี้ยหวัดและทรัพย์สินส่วนมากสูญหายไปในสมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ทำให้หล่อนตกเป็นหนี้สินรุงรังในวัยชรา

อย่างไรก็ตาม หน้าที่สายลับที่หล่อนทำถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ยังตามมาส่งผลดีให้
พระเจ้าหลุยส์ยังส่งเบี้ยหวัดมาประทานหล่อนไม่เคยขาด เมื่อพระองค์สวรรคตแล้วดยุคแห่งออลีนส์ก็ยังช่วยจุนเจือหล่อนอยู่
ช่วยเจรจาปกป้องหล่อนจากเจ้าหนี้ หล่อนจึงรอดพ้นคุกตะรางไปได้

หลุยส์อายุยืนยาว หล่อนอยู่มาจนอายุ 85 ถึงแก่กรรมในปารีสเมื่อ ค.ศ. 1734

อ่านแล้วรู้สึกว่า หลุยส์เป็นคนดวงแข็ง แต่พระเจ้าชาร์ลส์เองก็น่าจะดวงแข็งยิ่งกว่าหล่อน
จึงทรงครองราชย์มาได้ตลอดรอดฝั่งทั้งที่กอดงูพิษอยู่นานไม่รู้กี่ปี
31 ม.ค. 2549 08:01


ความคิดเห็นที่ 81 โดย เทาชมพู

เลดี้คาสเซิลเมน และหลุยส์ ดัชเชสแห่งปอร์ตสมัธ เป็นหญิงที่มีสีสันมากเอาการในประวัติศาสตร์ก็จริง แต่เมื่อเทียบกับพระสนมอีกคนหนึ่งแล้ว ทั้งสองยังชิดซ้ายจนได้ค่ะ

หล่อนคนนั้นคือเนล กวินน์ ซึ่งเป็นพระสนมที่คนอังกฤษจดจำได้มากที่สุดในบรรดาพระสนมของพระเจ้าชาร์ลส์

ใครเคยดู ละครโทรทัศน์ เรื่อง "ทองเนื้อเก้า" และ "อีพริ้ง คนเริงเมือง" แล้วเห็นว่านางเอกในละครมีชีวิตโลดโผนขนาดไหน
ก็ลองมาอ่านประวัติของเนล กวินน์ดูแล้วจะพบว่า ทั้งลำยองและพริ้งเป็นแค่มือสมัครเล่นเท่านั้น เมื่อเทียบกับพระสนมรายนี้

ประวัติของเนล กวินน์ มาจากจุดต่ำสุดในสังคมอังกฤษ หล่อนกำเนิดในซ่องโสเภณี แม่หล่อนเป็นแม่เล้า-และแน่นอนว่าเป็นอดีตโสเภณีมาก่อน
แม่เมาเหล้าจมน้ำตายเมื่อเนลยังเด็ก หล่อนไม่มีการศึกษา อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

พอโตเป็นสาวรุ่นขึ้นมา อายุสิบสามสิบสี่ หล่อนก็หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นเด็กเดินเร่ขายส้มในโรงละคร

เด็กขายส้มในยุคนั้นไม่เหมือนเด็กขายพวงมาลัยในบ้านเรา เด็กขายพวงมาลัยตามสี่แยกเขาขายสินค้าอย่างเดียว ถือเป็นอาชีพสุจริตตรงไปตรงมา (แม้ว่าผิดระเบียบจราจร)
แต่เด็กสาวขายส้มนั้นขายตัว ให้ลูกค้าชายหื่นๆในโรงละครพร้อมกันไปด้วย

หมดเวลาค่ะ
31 ม.ค. 2549 08:07


ความคิดเห็นที่ 82 โดย Andreas

Dear khun PingandGrey



Thank you indeed for your answer kharb.....
1 ก.พ. 2549 00:09


ความคิดเห็นที่ 83 โดย เทาชมพู

You're welcome ka , Khun Andreas.
*******************************
ก้าวต่อไปของเนล คือเลื่อนขึ้นเป็น' อีหนู' ของชาร์ลส์ ฮาร์ท นักแสดงชายในโรงละคร และเรียนเต้นระบำจากครูฝึก (ซึ่งหล่อนก็เป็นเด็กของเขาด้วยเหมือนกัน)
ด้วยความสวยน่ารัก ประกอบกับพูดจาครึกครื้นเฮฮา มีลูกเล่นแพรวพราว ทำให้เจ้าของโรงละครและนักเขียนบทเห็นแวว หล่อนได้เลื่อนขึ้นเป็นนักแสดงหญิงเมื่ออายุ 15

ขอเท้าความถึงอาชีพละครเสียก่อนว่า ถือเป็นอาชีพต่ำต้อยมาตั้งแต่สมัยพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 (คือยุคของเชกสเปียร์)
แม้ว่าได้เข้าไปในเล่นถวายในวัง ก็หาทำให้นักแสดงและผู้มีอาชีพทางด้านละครเป็นผู้มีเกียรติขึ้นมาไม่
แม้แต่กวีหรือนักเขียนผู้ดีมีตระกูลเขาก็ไม่เขียนบทละครเป็นอาชีพ ให้เสียชื่อเสียง

สมัยนั้นไม่มีนักแสดงหญิงในโรงละคร บทนางเอกแสดงโดยเด็กผู้ชายรุ่นๆที่เสียงยังไม่แตก แต่มาถึงสมัย Restoration มีละครชายจริงหญิงแท้แล้ว
อย่างไรก็ตาม อาชีพนางละครในยุค Restoratoin ไม่ใช่อาชีพมีเกียรติ ได้รับการยอมรับด้วยดีอย่างดาราในสมัยนี้
แต่เป็นอาชีพ 'เต้นกินรำกิน' ที่ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างนักแสดงและโสเภณี
1 ก.พ. 2549 08:14

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น