ตรวจตัวเองก่อนให้หมอตรวจ (กรณีไม่ฉุกเฉิน) | วิชาการ.คอม


ตรวจตัวเองก่อนให้หมอตรวจ (กรณีไม่ฉุกเฉิน)

เราสามารถเป็นผู้ช่วยหมอได้ โดยเตรียมตัวให้ดีก่อนไปหาหมอ ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน

ผู้เขียน veena ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด
สารบัญ

เราสามารถเป็นผู้ช่วยหมอได้ โดยเตรียมตัวให้ดีก่อนไปหาหมอ ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน

ดิฉันเคยมีประสบการณ์ การทำงานร่วมกับหมอมาหลายปี และมีสามีเป็นหมอ เห็นความไม่เข้าใจระหว่างหมอกับคนไข้บ้าง การเสียเวลาของคนไข้เป็นวันกว่าจะได้ตรวจบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นเพราะหมอมีเวลาน้อยและคนไข้ก็เกรงใจหมอ ดังนั้นจึงอยากจะขอแนะนำผู้ที่จะไปหาหมอ ในบางประเด็นที่พบเห็นมา เผื่อจะเป็นประโยชน์ค่ะ เราต้องเตรียมพร้อมมาก่อน เช่นเรียงลำดับเหตุการณ์เกี่ยวกับอาการป่วยของเราตั้งแต่เริ่มต้น มาจนปัจจุบัน อย่าสับสนปนเป จดมาก็ได้ บางทีเรามาช่วงเวลาที่คนไข้มาก หมอไม่มี เวลาสำหรับเรามากนัก ข้อมูลที่ให้ไปอาจไม่ครบถ้วน ทำให้การวินิจฉัยโรคอาจไม่ครอบคลุม และการอธิบายอาจไม่ละเอียดพอ จนเรามานั่งงงที่บ้าน ว่า เอ๊! หมอสั่งมาว่าไงนะ ลืมเสียแล้ว ขอแนะนำให้มาหาหมอเช้าๆ เพราะ คนไข้จะมากช่วงสาย หรือให้นัดกับเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่เสียงาน แต่บางร.พก็ไม่ค่อยรับนัด ใครมาก่อนได้ก่อนแจ้งหมอไปด้วย ว่าเราไปหาหมอจีน ฝังเข็ม หมอไทย กินยาหม้อไปเท่าไรแล้ว อย่าไปปิดบัง บางครั้งมีปัญหาครอบครัวก็ต้องบอก ไม่ต้องละเอียด เพราะหมอก็ไม่อยากทราบ เช่น ทะเลาะกับแฟน เป็นประจำ เป็นต้น เพราะนั่นอาจเป็นสาเหตุ ของโรคบางอย่างเช่น เครียด, ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ก็ได้แต่งตัวมาให้พร้อมสำหรับจะตรวจปกติและตรวจพิเศษได้สะดวกแต่ให้สะอาด ไม่มีกลิ่นไม่สะอาด ถ้าเป็นญาติ ก็ทำความสะอาดให้เขามาก่อน ยกเว้นฉุกเฉินอย่าใส่เครื่องประดับมาโรงพยาบาล จะหายเปล่าๆหรือเป็นภาระแก่ตัวเอง และญาติ โดยไม่จำเป็นถ้าเป็นหวัด เป็นฝี มีไข้เป็นพักๆ ก็ต้องบอก เพราะอาการมันอาจจะเกี่ยวกันไปหมด บางทีเป็นหลายโรค บอกหมอทุกโรคทีเดียว จนหมองงก็มี ต้องพยายามแยกแยะด้วย บางคนเป็นทั้งความดัน เบาหวาน ไต หัวใจ คงต้องแยกอาการ เล่าให้หมอฟังดีๆช้าๆจะได้ไม่สับสน ขอแนะนำให้บอกหมอ เป็นเรื่องๆ ใจเย็นๆ ดังนี้::1.อาการสำคัญที่มาวันนี้ 2.อาการป่วยปัจจุบัน 3.โรคประจำตัว 4.ประวัติที่เคยได้รับการรักษามาก่อนมาหาหมอ กรณี มาหาหมอที่นี่ เป็นครั้งแรก ถ้าเคยรักษาที่เก่ามาก่อน ให้ขอเวชระเบียน มาด้วย จะได้ต่อเนื่อง การตรวจบางอย่าง ไม่ต้องตรวจใหม่ ซึ่งแล้วแต่ดุลย์พินิจของหมอป่วยอะไรนิดหน่อย เราอย่าไปตื่นเต้นมากจนเกินเหตุ จนกลายเป็นขี้อ้อน บางครั้งก็ไม่เป็นอะไรมากหรอก พึ่งตัวเองบ้าง เช่น เป็นหวัดคัดจมูก น้ำมูกไหล ท้องเสียเล็กน้อย เคล็ดขัดยอก เมื่อยตัว โรคจากความเสื่อม เช่นขี้ลืม สายตายาว โรคขี้กังวล อุปาทานต่างๆ อ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย ปวดหัวเพราะเครียดเดี๋ยวก็หาย นอนพักเสียหน่อย เวียนหัวเพราะเมารถ เป็นต้น ยังไม่ต้องสันนิษฐานว่า ตัวเองป่วยเป็นอะไร เล่าอาการแล้ว หมอจะวินิจฉัยเองเวลาไปหาหมอ ให้เข้าใจด้วยว่า เรามีสิทธิผู้ป่วย ที่จะรู้ว่า เราเป็นอะไร หนักหนาแค่ไหน หมอมีแผนจะรักษาเราอย่างไร ค่าใช้จ่ายเท่าใด เป็นต้น แต่เวลาถาม ขอให้สุภาพกับหมอด้วยนะคะ อย่าลืมกรณี ลูกหลานไม่สบายก็เช่นกัน โปรดเล่าอาการให้หมอฟังอย่างละเอียด ให้ลูกกินยาที่หมอสั่งอย่างเดียว อย่าซื้อยากินเองเด็ดขาดดูอาการต่างๆที่ผิดปกติ เช่น มีไข้ ตัวเย็น หายใจถี่เร็วมาก หอบ หายใจช้า ไม่หายใจ ผิวหนังซีดมาก แดงมาก เขียวคล้ำ ไม่ดูดนม ไม่รับประทานอาหาร หิวบ่อยมาก ไม่นอน งอแง ร้องกวน นอนหลับปลุกไม่ตื่น คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระบ่อยมีกลิ่นผิดปกติ มีมูก แม้ครั้งเดียวก็ไม่ปกติแล้ว หรือถ่ายเหลว3-4 ครั้ง ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะสีแดง ปัสสาวะขัด เป็นต้น สรุปว่า อาการต่าง ๆ ที่ผิดจากปกติของเด็กควรเฝ้าระวังสักพักหนึ่ง ถ้าไม่ดีขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์ด่วนค่ะ และถ้าไม่จำเป็น ไม่ควรเปลี่ยนหมอเด็กบ่อยนะคะ เพราะเวลาลูกป่วยฉุกเฉิน โทรไปขอคำแนะนำ หมอประจำของลูก จะรู้ประวัติเด็ก และ สั่งการได้ทันที ว่าควรพยาบาลอย่างไรไปก่อนได้[[47641]]

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา